ชีวิตนี้เพื่อหมาจรจัดของหมอเกียรติศักดิ์

รายการ คนดีคู่สังคม UBC News 07
ออกอากาศวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2547
ตอน.... มูลนิธิเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด
นายเทพสิทธิ ประวาหะนาวิน พิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ช่วง Inside
น.สพ. เกียรติศักดิ์ โรจน์นิรันดร์ ประธานมูลนิธิเพื่อการรักษาสัตว์จรจัด

พิธีกร: ท่านผู้ชมครับวันนี้รายการ (คนดีคู่สังคมในช่วง Inside) จะนำท่านผู้ชมไปรู้จักกับสัตว์แพทย์ เกียรติศักดิ์ โรจน์นิรันดร์
เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์ และมูลนิธิเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด ช่วงนี้พบกับคุณหมอเลยครับ
พิธีกร: สวัสดีครับคุณหมอ


คุณหมอ: สวัสดีครับ

พิธีกร: ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณคุณหมอที่มาร่วมรายการ
มาตรงนี้ที่จริงอยากจะรู้จริงๆ ว่าก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์มานานเท่าไหร่


คุณหมอ: โรงพยาบาลสัตว์ โรจน์นิรันดร์ นี่ก็ตั้งมานานจนถึงปัจจุบันประมาณ 6 ปี แต่ก่อนหน้านั้นทำมาเรื่อยๆ ประมาณ 17 ปี

พิธีกร: แล้วจริงๆ คุณหมอ ทราบว่าคุณหมอผูกพันกับสัตว์ และสุนัขมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นพื้นฐานเป็นยังไงครับ

คุณหมอ: พื้นฐานจริงๆ แล้ว ก็เป็นเด็กทั่วๆไป เป็นลูกหลาานคนจีน "เกลียดสุนัข"




    พิธีกร: "เกลียดสุนัข"!!

คุณหมอ: แต่ที่บ้านชอบเลี้ยงแมว ก็ว่าจะเป็นสัตว์แพทย์อายุ 8 ขวบ ก็จะมาเริ่มเลี้ยงสุนัขตัวแรกก็ประมาณ 11 ขวบได้ให้ชื่อว่า "โดนัล" ปรากฏว่าพออายุได้ 3 เดือนเค้าป่วยหนักถ่ายเป็นเลือดความที่เป็นเด็กเราก็ไม่รู้ว่าจะพาไปหาหมอที่ไหน? เท่าที่จำได้เข้าใจว่าไปที่ สถานเสาวภา เสร็จแล้วคุณหมอก็บอกกับเราว่า "หนูจ๋า ตอนนี้ต้องผ่าตัดต่อลำไส้เพราะว่าป่วยหนักมาก เข้าไปในห้องประมาณสักครึ่งชั่วโมง กลับออกมาบอกว่า เสียชีวิตแล้วน่ะเสียใจด้วย" เราก็เสียใจมาก เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียชีวิตด้วยเพราะเหตุผลอะไร แต่ปัจจุบันเรารู้แล้วว่าโรคลำไส้อับเสบ พอผ่าตัดต่อลำไส้แล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้ ต้องใช้วิธีรักษาทางแผนปัจจุบันมากกว่า แต่ในสมัยนั้นเป็นอะไรที่อาจจะมีโรคเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ คนอาจจะไม่รู้จัก คุณหมอก็ยังแก้ไขไม่ได้



   



พิธีกร: นี่คือสาเหตุรึเปล่า ที่ตัดสินใจเข้ามาเรียน สัตว์แพทย์ ?

คุณหมอ: คือตอนที่เอ็นทรานส์ ก็คิดแค่ว่าถ้าเป็นหมอคนไม่ได้ ก็เป็นหมอหมา ก็คิดแค่นั้น

พิธีกร: หมายถึงมีความพยายามเป็นหมอคนเหมือนกัน

คุณหมอ: ก็เลือกแค่ 3 อันดับ อันดับ 1,2 หมอคน อันดับ 3 หมอสัตว์ แล้วก็ไม่เอาแล้ว

พิธีกร: ก็เลยเรียกว่ายังอยู่ในวงการแพทย์ ท้ายสุดอยู่ในอันดับ 3 ก็เลยมาเป็นสัตว์แพทย์

คุณหมอ: ใช่ ก็ได้เป็นสัตว์แพทย์สมใจตามที่ตั้งใจไว้เมื่อ 8 - 9 ขวบ

พิธีกร: แล้วยังไงครับ เริ่มชีวิตหลังจบการศึกษา

คุณหมอ: จบการศึกษา ก็ทำงานเกี่ยวกับการรักษามาตลอด ก็จะเห็นเกี่ยวกับเรื่องสัตว์มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ


 

พิธีกร: เป็นหมออินเทนส์อยู่ช่วงนั้น อยู่พักหนึ่ง

คุณหมอ: คือ สัตว์แพทย์ไม่มี อินเทินส์ เอ็กซิทเทินส์ไม่มีครับ คือจบแล้วปฏิบัติงานได้เลย ก็จะเห็นความแตกต่างระหว่างสัตว์จรจัดกับสัตว์ไม่มีเจ้าของมาตลอด ในระยะหลังเราคิดว่าทำไมสัตว์เหล่านี้มันน่าจะแก้ไขได้มากกว่านี้ มันน่าจะแก้ไขได้ ก็ช่วยเหลือมาเรื่อยๆ ถึงแม้กระทั้งบางองค์กรก็ส่งไปให้หมออยู่แล้ว ในด้านการช่วยเหลือเราก็สงสัยว่าทำไมน้อยจัง วันที่เราเปิดเป็นกองทุนเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด 1 พฤศจิกายน 2545 เดือนแรกเรามีถึง 50 เคสแล้ว ปัจจุบันไม่ต้องพูดถึง ประมาณ 250 - 500 เคสต่อเดือน ซึ่งรู้สึกว่าเราพบว่าการขยายตัวการเผื่อแผ่ในสังคมมีมากขึ้นถึง 10 เท่า แล้วจากการพบว่าการช่วยเหลือของคนเหล่านี้ในกรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่า 3,000 คน หมอก็เคยไปดูครอบครัวของคนเหล่านั้น ว่าเขาจะได้อะไรจากการช่วยเหลือสุนัขจรจัดเหล่านั้น ปรากฏว่าเราพบข้อเท็จจริงว่าคนเหล่านี้เป็นคนดีในสังคมที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แลัวก็ไปดูในครอบครัวของเขาแล้ว ครอบครัวเขาไม่มีปัญหาเป็นอาชาญากรแผ่นดิน ครอบครัวเค้าไม่มีปัญหาเรื่องยาเสพติด กลับพบว่าครอบครัวของคนเหล่านั้นเป็นคนที่เผื่อแผ่ทางสังคมด้วยซ้ำ บางคนเป็นถึงคณะกรรมการในชุมชนด้วยซ้ำ บางคนที่เห็นให้ข้าว ให้น้ำตามถนนหนทางกลายเป็นคณะกรรมการในวัด เราก็ว่ามันมีแง่คิดว่าการสงเคราะห์มันมีประโยชน์อะไร ก็เลยไปดูพระสงฆ์นะครับ เพราะว่าเราทำงานกับวัดเราก็จะเห็นเราว่าพระสงฆ์มีเมตตาเผื่อแผ่ในข้อนี้จริงๆ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะว่าโยมเอามาทิ้งเหลือเกิน มาทิ้งทุกวันๆจนกระทั้งวันนี้ตั้งแต่บวชมาวันที่ 1 จนกระทั้ง 10 พรรษาก็ยังทิ้งอยู่เรื่อยๆ การเผื่อแผ่มีน้ำใจก้เริ่มจะถอยไป แต่พอเราเข้าไปคืนขนให้สัตว์เหล่านี้ท่านเองก็ชอบใจ เราก็จะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ แล้วก็ทำงานมาถึงวันนี้ยังไม่พบว่าวัดไหนบอกว่า ไม่เอา ไม่ดี ไม่ต้องมา อย่ามาอีกไม่มี ลองไปดูพระสายวิปัสสนาเราพบว่าท่านเผื่อแผ่สงเคราะห์สัตว์เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น วัดฤาษีลิงดำ 1,000 กว่าตัว วัดทำเลทอง 600 ตัว หลายๆ วัดนี่นะครับ สงเคราะห์สัตว์เป็นร้อยๆ ตัว พันตัวก็มี แล้วเรามาดูต้นแบบของเราน่ะครับว่า โอเคอย่างขออนุญาติน่ะครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเราน่ะครับท่านทรงเป็นต้นแบบให้เห็นชัดเจนว่า การสงเคราะห์สัตว์ คือ จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดและเป็นอย่างงั้นจริงๆ ครับ เป็นข้อเท็จจริงที่เราจะต้องขมวดปมให้เข้ามาว่าเราจะเริ่มต้นแก้ปัญหาสุนัขจรจัดหรือสัตว์เร่ร่อนได้อย่างไร เพราะว่าเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายว่าเป็นปัญหาที่ยากแก้ไขไม่ได้ เอ๋อจริงๆ แล้ว เป็นปัญหายากจริงแต่เป็นปัญหายากที่แก้ไขได้ไม่ใช่แก้ไม่ได้ ถ้าหากเรามอบหน้าที่ให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะเลยน่ะครับ รับผิดชอบไปเลยโดยเฉพาะไปหน่วยงานเดียว เราจะพบว่าสุนัขจรจัด 1 ตัว มีค่าใช้จ่ายต่อปีไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท คือค่าใช้จ่าย ต่อตัวต่อปีไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างให้มันดี

พิธีกร: คือ บอกว่าที่แตกต่างกับสุนัขบัานจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่าง ถ้าเป็นสุนัขบ้านแล้วเป็นยังไง

คุณหมอ: ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้ เพราะเลี้ยงดูด้วยความเอาใจใส่ และผูกพันกับเขาน่ะครับ และนี่คือค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าสมควรตามแต่อัตพาต มันจึงเป็นไปได้ยากที่เราจะสงเคราะห์สัตว์เหล่านี้เป็นแสน เป็นล้านตัวก็คงยากมาก เพราะต้องเสียงบประมาณแผ่นดินสูญเสียเป็นเงินจำนวนไม่รู้เท่าไหร่

พิธีกร: ตอนนี้อยากจะรู้ว่าทุกวันนี้มานั่งคูแลรักษาสุนัขจรจัดเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุรึเปล่า ?

คุณหมอ: พอพูดถึงประเด็นนี้หมอขออนุญาตเปรียบเทียบให้ฟังง่ายๆ ตั้งแต่หมอเกิดมาจนตอนนี้อายุ 42 ก็ยังเห็นสุนัขจรจัดอาศัยอยู่ในวัด เกิดไปถามคนเฒ่าคนชราเค้าก็บอกว่า เขาเห็นสุนัขจรจัดมายู่ในวัดมาตั้งแต่ 60 - 70 ปีแล้ว ปมปัญหาน่ะครับเป็นปมปัญหาหลายชั้นซับซ้อน ก็ที่เราจะแก้ปัญหานี้ได้ ก็ต้องแกะตั้งแต่ปมแรก ถูกต้องไหมครับ แก้ปลายเหตุไปเรื่อยๆ ไปจนถึงต้นเหตุ

พิธีกร: ผมเห็นว่าโครงการ ทำหมันต่อเนื่องของ กทม.น่าจะเกิดประสิทธิ์ภาพ ถ้าทำต่อเนื่อง

คุณหมอ: ครับ มันได้ผล

พิธีกร: เพราะอย่างงั้น ไม่เช่นนั้นจะมีกฏหมายควบคุมว่าคนไหนไม่มีกำลังจะเลี้ยงสุนัขให้สุนัขทุกตัวไปทำหมันซะ

คุณหมอ: คือ ประเด็นแรก

พิธีกร: มันจะได้ไม่มีการปล่อยสุนัขปล่อยประละเลย เลยก็ไปทิ้งที่วัดให้วัดดูแล แล้ววัดก็ดูแล แล้วก็ดูแลตามมีตามเกิดเขาทางวัดก็ไม่มีกำลังจะดูแลมากไช่ไหม ? มีแต่ให้อาหารกินแม้แต่ว่าตอนที่เห็นสุนัขโทษน่ะครับ อย่างสุนัขที่เป็นขี้เรื้อน แน่นอนคนเราจะไม่ใส่ใจหรือบางทีก็รังเกียจ แล้วถูกรังเกียจ คุณหมออยากจะไปช่วยเหลือไหม หมายถึง การป้องกันไม่ให้พวกขี้เรื้อนไปเกิดกับสุนัขต่างๆมันอาจไม่ถูกรังเกียจ มันอาจจะถูกเวทนามากขึ้น

คุณหมอ: คืออย่างนี้ครับ คือเวลาเราจะมองการแก้ปัญหาของบุคคลทั่วไปน่ะครับ การทำหมัน คือจุดที่ทุกคนจะเห็นชัดเจน หมอเปรียบเทียบให้ฟังว่าเป็นปัญหาที่ขมวดปมหลายชั้นน่ะครับ เวลาแก้ก็จะแกะจากปลายเหตุ แต่บางท่านอาจจะบอกว่า โอเคไม่ว่าตัดทิ้งไปเลยให้เหลือปมใหญ่ปมเดียว ตันเหตุไปเลย ง่ายดีก็จะพบว่าปัญหาก็ซับซ้อนเหมือนเดิมอยู่ดี

พิธีกร: แต่ถ้ามีพ.ร.บ.คุ้มครอง สมมุติว่ามีเจ้าของสุนัขทุกตัว ถ้าเอาสุนัขไปปล่อยถือว่ามีความผิดหรืออะไรต่างๆ แล้วก็ปรับอะไรต่างๆเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบขึ้น สำนึกในความรับผิดชอบ แต่ถ้าสมมุติว่า ไม่ให้สุนัขนี้แพร่พันธุ์ และขยายพันธุ์ก็ ไปทำหมันซะมันเป็นกฏ จะไม่ได้เป็นการปล่อยปะละเลยสุนัข แล้วจะไม่ปล่อยให้ประชากรสุนัขให้มากขึ้น

คุณหมอ: คือ ข้อเท้จจริงมันพบว่าอย่างนี้ครับ คือการทำหมันเป็นทางแก้ปัญหาที่เรียกว่าไปต้นเหตุสู่ต้นเหตุ จริงอยู่ใช่แต่ปีๆ หนึ่งทาง กทม.ทำหมันได้กี่หมื่นเอง สองหมื่นตัว ในขณะที่ผู้เลี้ยงทอดทิ้งสัตว์เหล่านี้สามหมื่นตัว ปริมาณมันไม่สมดุลกัน

พิธีกร: ผมกำลังเรียนถามคุณหมออย่างนี้ ในฐานะที่คุณหมอมีความเสียสละอย่างมาก สำหรับสุนัขจรจัดน่ะครับ จะหาแนวร่วมในเชิงในลักษณะคือคุณหมอที่มีแนวแนวความคิดใกล้เคียงกัน รณรงค์และก็ทำหมัน มันอาจทำไห้เพิ่มปริมาณของการทำของสุน้ขได้มากขึ้น

คุณหมอ: ใช่ครับ ถูกต้องครับ

พิธีกร: แต่ที่จริงจะแก้ปัญหาสุนัขจรจัด เรื่องสุนัขที่โดนปล่อยปะละเลยเพราะว่าจริง 1. บางคนก็ขี้เกียจเลี้ยง 2. ไม่มีกำลังที่จะเลี้ยงสุนัขมาก เวลาขยายลูกออกลูกมาเยอะก็เอาไปปล่อยปะละเลยอย่างไรแล้วมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจริงๆ เลย

คุณหมอ: คืออย่างนี้ครับทำหมันนี่น่ะครับ เราต้องเรียนให้เข้าใจว่า โอเคถ้าประชาชนเข้าใจแค่นั้นก็ไม่ได้ผิดอะไรน่ะครับ คิอนำสัตว์เหล่านั้นมาทำหมันจะได้ประโยชน์กว่านั้นเยอะเลยครับ ไม่ใช่แต่เพียงจะลดประชากรได้เท่านั้น อย่างที่เราทำให้เขตต่างๆ น่ะครับ แล้วตอนนี้เราจะนำเค้ามาผ่าตัด แก้ไขคืนชีวิตให้เขา รักษาโรคขี้เรื้อน และเกี่ยวกับโรคเลือดต่างๆ ควบคุมโรคติดต่อต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาติดต่อสู่คนได้ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นน่ะครับมันเป็นจุดใดจุดหนึ่งของปัญหาเหล่านั้นที่นำไปสู่ต้นเหตุ ขออนุญาตเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ สมมูติว่าวันนี้เราจะวาดภาพรูปๆ หนึ่งตามทฤษฏีบอกว่าวาดโครงร่างก่อนแล้วก็นำไปสู่ โอเคให้เป็นรูปหน้าคน แต่สำหรับศิลปินที่มีความรู้ความสามารถแล้วน่ะครับท่านจะร่างตรงไหนก็ได้เดี๋ยวก็ออกมาเป็นรูป คนแล้ว และสวยงามเช่นเดียวกันครับกับหน่วยราชการบอกว่าการทำหมันเบื้องต้นจะมีหน่วยช่วยเหลือเบื้องต้นก็ดี บางบ้านรับเลี้ยงก็ดี ทั้งหมดแล้วแต่เริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองมี ถนัดนำไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน เราต้องมองจุดร่วมกันน่ะครับเพราะถ้าเราไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาสัตว์จรจัดอยากจะเรียนว่า

พิธีกร: หาแนวร่วม

คุณหมอ: หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะเยอะมากวันนี้เราก็พยายามทำให้ความร่วมมือเกิดขึ้นซึ่งในความร่วมมือในวัดน่ะครับ ทางมูลนิธิฯ คือหมอนี่ออกไปรณรงค์ออกไปคืนคนให้กับเค้าโดยการฉีดยาป้องกันเห็บ หมัด ฉีดยารักษาขี้เรื้อนให้ คืนขนคืนมา พระ,เณรอยากสงเคราะห์แล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานราชการมีนโยบายทำหมัน เราก็ทำให้สอดคล้องกับนโยบายที่ภาครัฐมี ก็คือ ทำหมันและก็คืนชีวิตให้กับสัตว์เหล่านั้น ประชาชนก็พอใจ ในเรื่องขอความช่วยเหลือประชาชนอยากเห็นความช่วยเหลือทาง มูลนิธิฯเราก็จัดหน่วยรถเคลื่อนที่ออกทำการช่วยเหลือในกรุงเทพฯ รอบปริมลทลน่ะครับ ทำให้ประชาชนเริ่มเห็นภาพความช่วยเหลือมีคุณค่ามากขึ้น แล้วก็ถ่ายทอดชีวิตจริงของสัตว์เหล่านั้นออกไป ก็คือ เราจะตอบสนองความต้องการให้เกิดความร่วมมือ ในเรื่องเกี่ยวกับศูนย์ประสานงานขอตวามร่วมไม้ร่วมมือ ยกตัวอย่าง รายการร่วมด้วยช่วยกันได้รับแจ้งเหตุมาจากประชาชนแล้วก็ประสานมาที่นี่ ศูนย์พญาอินทรีย์ก็ประสานมาที่เรา คือ เค้าไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้เราก็ออกไปเพราะฉะนั้นแล้วน่ะครับ ก็จะเกิดความร่วมมือกันมากขึ้น หน่วยงานได้รับความร่วมมือลดค่าใช้จ่ายลง มูลนิธิฯดูแลในเรื่องยา การรักษา คำแนะนำ พื้นที่ในวัดมีมากอาจจะสร้างโรงเรือน อาจจะให้ความเป็นอยู่เป็นที่พักพิงได้ ความร่วมมือเกิดประชาชนให้ความสนใจ ชุมชนต่างๆ ให้ความสนใจ เราก็ให้ความรู้เรืองพิษสุนัขบ้าได้ และโรคติดเขื้ออย่างอื่นได้ ทำให้ความเผื่อแผ่สัตว์มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ยกตัวอย่าง อย่างอุบัติเหตุนี่เยอะเลย ทุกวันเลยน่ะครับตัดแข้งตัดขาหมอต้องทำอยู่เกือบทุกวัน ทำให้เค้าได้รู้สึกถึงตรงนั้นว่าอุบัติเหตุไม่ควรเกิดกับสัตว์ ก็จะเกิดความร่วมมือมากขึ้นการเผื่อแผ่ทางสังคมก็จะมากขึ้นถึง 10 เท่าขึ้นไป การที่เราจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมากถึง หลายๆ ล้านบาท มันก็อาจจะไม่ถึงมันก็จะลดลง ในขณะที่เราแก้ที่ปลายเหตุ ให้คืนชีวิตเขานี่น่ะ คือ 1 อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัยจึงจะสำเร็จ แล้วก็ต้อง หลักที่สำคัญที่สุดเลยในการแก้ปัญหาสุนัขจรจัดบ้านเราน่ะครับ ก็คือ หลักธรรมาธิบาลก่อน ใช้หลักพรมวิหารสี่ เข้ามาช่วยในการแก้ไขแล้วก็ต้องเข้าใจเรื่องของโลกธรรม แต่ว่าซึ่งคนที่ช่วยเหลือสุนัขจรจัดส่วนมากจะโดนติเตียนถูกจับผิดตลอดเวลาว่า ช่วยจริงรึเปล่า ช่วยแล้วเอาไปไหน แล้วยังไง ยังไง คือ แทนที่จะไปจับผิดในจุดเหล่านี้เราร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นี้คือสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องเพราะมูลนิธิฯเพื่อการรักษาสุนัขจรจัดน่ะครับ ใช้หลักความรู้ในการแก้ หน่วยงานราชการน่ะครับ มีหน้าที่ กับ งบประมาณ เพราะฉะนั้นมูลนิธิฯได้รับแรงสนับสนุนจากองค์กรประชาชน ได้รับจากหน่วยสื่อมวลชนต่างๆ ในการที่จะปลูกจิตสำนึก เข้ามามีส่วนร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมเปลี่ยนไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่ถูกใจน่ะครับ ถูกต้องแล้วก็แก้ปัญหานี้ง่ายขึ้น แทนที่ว่าจะมอบหมายแล้วไปติเตียนว่า เอ๋อทำไมน่ะ ทำไม กทม.ไปเลี้ยงหมาจรจัดอยู่ชายแดน ทำไมกทม.ทำหมันตายเยอะ ทำไม กทม. เอาสุนัจจรจัดไปอุทัยธานี คือ แทนที่เราจะติเตียนอย่างเดียว ฝ่ายเดียว หรือไปจับผิด หรืออะไรก็แล้วแต่ ในภาคของประชาชนเนี่ย เราเข้าไปสนับสนุนไปเกื้อกูลน่ะครับ ทางรัฐมีเจ้าหน้าที่น้อย รับผิดชอบงานหลายด้าน เราเป็นมูลนิธิฯเราทำด้วยความรู้ ความเข้าใจ และความรัก

พิธีกร: เจ้าของสุนัขต้องช่วยกัน

คุณหมอ: ต้องช่วยกัน

พิธีกร: มันต้องเป็นในรูป ทั้งภาครัฐกับเอกชน ร่วมทั้งเจ้าของสุนัข

คุณหมอ: ใช่ ปัญหาสุนัขจรจัดขออยากเรียนนิดนึง เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แก้ไขยากแก้ไขไม่ได้อยู่ทุกวันนี้น่ะครับ อยากจะเรียนว่าปัญหาสุนัขจรจัดเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แก้ไขง่ายที่สุด และใช้งบประมาณน้อยที่สุด ถ้าทำให้เกิดความร่วมมือขึ้นได้ ก็จะแก้ไขได้ง่ายๆ เลย ไม่ว่าจะเรื่องทำหมันก็ดี ไม่ว่าเรื่องปลุกจิตสำนึกไม่ให้คนทิ้งหมา การออกกฏหมายทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติน่ะครับ ได้เข้าใจถึงชีวิตสัตว์เหล่านี้อย่างแท้จริง ถ้าจะไปออกกฏหมายแก้ไขการทารุณกรรม ทำให้เราเป็นประเทศที่ได้รับการมองจากนานาชาติว่า เป็นประเทศที่มีความเจริญทั้งวัตถุและจิตใจ อย่างนี้มันถึงจะถูกต้อง

พิธีกร: ครับ เรื่องโครงการคืนขนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ตอนนี้คุณหมอได้ขยายผลไปถึงไหนแล้ว เพราะว่าแน่นอนมันคือข้อเท็จจริงครับ คนส่วนใหญ่ที่เวลาไม่อยากเป็นภาระหรือไม่อยากมีภาระอันนี้เพราะมี สุนัขคลอดลูกออกมามากๆ ก็ไปทิ้งตามวัด การรณรงค์คืนขนต่างๆ แม้จะแก้โรคเลือดต่างๆ ที่จะทำให้เกิด ที่จะทำให้มนุษย์เนี่ยทำให้เกิดความรังเกียจ ตรงนี้มีการเผยแพร่รณรวค์ให้ความรู้กับทางวัดมากน้อยแค่ไหน

คุณหมอ: ทำไปเรื่อยๆ ผมทำไปเรื่อยๆว่า โอเคส่งเจ้าหน้าที่ส่งหน่วยงานและส่วนตัวก็ออกไปด้วย ใหม่ๆนี่น่ะครับ เราอาจจะไม่ได้รับการร่วมมือมากนักจากวัดน่ะครับ ต้องมาจับสุนัขกัน เพราะเขาเข้าใจเพียงว่ามาฉีดวัดซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เอ๋อ ตรงนั้นเท่านั้นที่ประชาชนทราบแต่ว่าในทางปฏิบัตฺไม่ทราบว่า มูลนิธิฯยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐเลยวัดซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าก็ไม่มีเพราะฉะนั้นเราทำได้ก็คือ เราใช้ความรู้และเงินทุนที่เรามีอยู่ในการคืนขนให้กับสัตว์ก่อนและเมื่อคืนขนแล้ว เวลาพระมีปัญหาอะไรก็จะโทรมาเรียนปรึกษาทางหมอ หมอก็จะเข้าไปแก้ไขไปจัดระบบระเบียบยกตัวอย่าง อย่างวัดทุ่งครุเป็นต้นแบบของความร่วมมือมีโรงเรือนเกิดขึ้น มีโรงทานเกิดขึ้น และในอนาคตจะมีโรงพยาาบลเพื่อการรัษาสุนัขจรจัดเกิดขึ้นด้วยเกิดขึ้นจากการร่วมมือของทางวัดเห็นความสำคัญน่ะ ครั้งที่ หนึ่งไปขี้เรื้อนก็ดีขึ้น ครั้งที่ สอง ครั้งที่ สาม ขี้เรือนก็เริ่มจะหายไปสภาพสัตว์ดีขึ้นแล้วก็มีสถานที่รับรองการรักษาทำไมไม่น่าส่งเสริมล่ะ น่าส่งเสริม เราก็คุยเรียนปรึกษาหารือกับเจ้าอาวาสมีสถานที่โรงเรือนขนาดเล็กๆ ไหม ท่านก็บอกโอเคตรงนี้น๊าหลังวัดตรงนี้น่ะพอได้อยู่เราก็ปรึกษากับกรรมการชุมชนวัดน่ะครับ พอทนได้ไหม เสียงบ้าง กลิ่นบ้าง เรามาช่วยกันแก้ไขกันน่ะ ก็พอไหวเอ้ามาช่วยกัน แล้วเรื่องของบประมาณ ของบประมาณผ่านท่าน สก. โสภณ ขวัญบัว น่ะครับ ท่าน สก. เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ มีการเริ่มต้นที่ดี ท่านก็ให้งบประมาณมาก่อสร้าง เราก็ทำงานควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมของหน่วยราชการทำให้การแก้ไขปัญหา สัตว์เหล่านี้ในพื้นที่ได้รับการเหลียวแล ยกตัวอย่างในอนาคตนี่น่ะครับ ที่เราอยากจะเข้ามาร่วมมือกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและองค์กรประชาชนในหน่วยที่ตั้ง

พิธีกร: เดี๋ยวๆ ทางเขต กทม. เค้าให้ความร่วมมือมันจะเกิดผลสัมฤทธิ์ บอกว่า

คุณหมอ: คือ อย่างที่เราทำหมันให้กับทางราชการ

พิธีกร: หรือแม้แต่โรคพิษสุนัขบ้า แล้วผมอยากจะถามต่ออีกนิดนึงว่าถ้สมมุติเรามีโครงการขอความร่วมมือกับผู้อำนวนการทั้ง 50 เขต ในการที่จะแก้ปัญหาเอ๋อโรคพิษสุนัขบ้าน่ะครับ จากสุนัขจรจัดแล้วก็มีการรณรงค์ฉีดวัดซีน หรือแม้แต่เจ้าของสุนัขตามบ้านให้มารณรงค์การฉีดวัดซีน ตรงนี้จะเกิดความร่วมมือและแก้ปัญหาระยะยาวได้ไหม ?

คุณหมอ: เรียนตามตรงน่ะครับ ว่ายากที่จะใช้โครงการป้องกันพิษสุนัขบ้าทำให้เกิดความร่วมมือ โครงการนี้ที่ทำมาหมอคาดว่าไม่ต่ำกว่า 30 ปี ปัจจุบันยังมีคนตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศ ในรายงานประมาณ 11 คน เราสูญเสียเงินค่าวัดซีนฉีดยาในพิษสุนัขบ้าในคนปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า สามล้านบาทขึ้นไป แล้วก็มีคนโดนกัดน่ะครับ ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า สามแสนคนแน่นอน เพราะการ โคสวัดซีนน่ะครับมีสถิติเก็บไว้ประมาณ สามแสนคน

พิธีกร: ถ้าต้นทุนนี้ไม่ต้องไปสู่คน กลับมาป้องกันสุนัขบ้าวัดซีนตัวนี้แค่ฉีดสุนัขต้นทุนเป็นยังไง

คุณหมอ: ต้นทุนจริงๆ แล้วนี่น่ะรวมทั้งสลิงด้วย ร่วมทั้งการการจัดเก็บด้วยต่อตัวน่ะ ไม่เกิน 25 บาท

พิธีกร: มันคุ้มกว่ากันเยอะเลย ยังดีกว่าไปเสีย สามล้านที่ต้องไปรักษาคน

คุณหมอ: คุ้มกว่ากันมาก

พิธีกร: ต้องให้เจ้าของสุนัขปลูกจืตสำนึกว่า ต้องรับผิดชอบส่วนรวมน่ะครับอย่าปล่อยปะละเลย ปล่อยสุนัขออกมาตามบ้านแล้วก็ไปกัดคนแล้วก็ไม่ดูแลสุนัขที่ตนเองเป็นเจ้าของนั่น ก็จะเป็นอันตรายกับผู้ที่สัญจรไปมาตรงนี้ มันเป็นงบประมาณที่เทียบกันไม่ติด ระหว่างตัวละ 25 บาทกับที่ต้องไปสูญเสียรักษาคน สามร้อยล้านบาทเป็นการรักษาที่ใช้งบประมาณมหาศาล

คุณหมอ: งบประมาณมหาศาลมาก ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ถึงข้อมูลนี้

พิธีกร: มันอาจจะมีเหตุต้องมีการออกกฏหมายควบคุม ที่สำหรับเจ้าของสุนัข ที่ปล่อยสุนัขให้ไปกัด ทำให้คนได้รับความความเดือดร้อน ทุกคนต้องมีโทษ

คุณหมอ: คือ กฏหมายต้องแก้แล้วการแก้กฏหมายน่ะครับ อเราแบ่งการทำงานออกไปได้ 5 อย่างด้วยกันน่ะครับ เกี่ยวกับด้านสัตว์จรจัดน่ะครับ
1. ด้านความช่วยเหลือ
2. ด้านสถานที่รองรับรักษา เป็นที่พักฟื้น
3. ด้านงานเกี่ยวข้องกับการหลัก เรียกว่าเป็นบ้าน บ้านเลี้ยงดู อย่างเป็นบ้านสัตว์พิการ หรือในกรณีที่เราต้องการรับเลี้ยงน่ะครับ
4. งานด้านการคุ้มครอง อย่างปัญหาการทารูณกรรมสัตว์ ก็มีย่างเช่น สมาคมการทารุณกรรมสัตว์
5. งานเกี่ยวข้องกับการแก้กฏหมายที่จะไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายนิติบัญญัติโดยตรงคือ ท่าน สส.คือทั้ง 5 งานต้องเริ่มตั้งแต่งานที่ 1 คือช่วยเหลือสถานที่รองรับการรักษา จนถึงกระทั้งมีบ้านต่างๆในเรื่องกฏหมาย สิทธิมนุษย์ชนต่างๆ มันเป็นผลดีกับประเทศเรา เป็นผลดีมากและงบประมาณถ้าเกิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาได้ใน กทม. มันเป็นตัวอย่างของความร่วมมือในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ออื่นๆ ทั้งหมดเนี่ยครับ ตรงนี้สำคัญมากก็ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมายที่แนวทางเราพบอย่างนี้ครับ ใน กทม.นั้นมีพื้นที่ก็จริงอยู่ แต่ไม่อาจจะสร้างโรงเรือนได้ เหตุผลก็เพราะว่าอาจจะไปรบกวนประชาชน ในเรื่องของกลิ่น ในเรื่องของเสียงก็ดี แต่เราพบว่าพื้นที่โดยรอบ 10 จังหวัด กทม.มีพื้นที่เป็นจำนวนมหาศาล และมีประชาชน และมีวัดที่ต้องการความร่วมมือ

พิธีกร: ที่ยังว่างเปล่า ห่างไกลจากชุมชน

คุณหมอ: แล้วต้องการความร่วมมือด้วยมีมาก ตรงนี้ถ้าเรามีตัวอย่างใน กทม. ที่ทำให้เกิดการเผื่อแผ่ สงเคราะห์น่ะครับแล้วก็ร่วมไม้ร่วมมือเกิดขึ้น

พิธีกร: มีมาตรการจุงใจ มีแนววิธีการพูดที่ชัดเจน

คุณหมอ: แล้วก็ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมาย อย่างที่ทุกฝ่ายคาดว่ามันน่าจะเป็น ทำให้เกิดความร่วมมือ ตัวอย่างในเรื่องการท่องเที่ยวก็จะได้ความร่วมมือเต็มที่ แก้ไขง่ายครับ

พิธีกร: อย่างฉีดวัดซีนแก้พิษสุนัขบ้า เรียนถามคุณหมอนิดนึง ปีละครั้งนี่พอเพียงหรือไม่

คุณหมอ: พอครับ

พิธีกร: ที่จะควบคุม

คุณหมอ: ครับ พอครับ

พิธีกร: พูดง่ายๆว่า อาจจะมีการรณรงค์และประชาสัมพันธิ์ปีละครั้ง เพื่อให้คนนั้นนำเจ้าของสุนัขนั้น คือ เป็นสิ่งที่ต้องทำ ต้องเอาสุนัขของตัวเองมารับการฉีดวัดซีน แล้วก็ไม่ไปสร้างความเดือดร้อน ผู้สัญจรไปมาหรือเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงน่ะครับ เอาล่ะคุณหมอครับช่วงหน้าจะม่ถามคุณหมอว่า แนวทางการปลูกจิตสำนึกเจ้าของสุนัขหรือเจ้าของสัตว์ทั้งหลายจะทำยังไงให้เขามีความสำนึกถึงความตะหนักในความรับผิดชอบ
สัตว์เลี้ยงตัวเอง สักครุ่ครับ ท่านผู้ชมเดี๋ยวกลับมาคุยกับ น.สพ. เกียรติศักดิ์ ต่อน่ะครับ

พิธีกร: กลับมาคุยกับ น.สพ. เกียรติศักดิ์ต่อน่ะครับ คุณหมอครับเมื่อสักครู่เราทิ้งท้ายไว้ว่าด้วยการปลูกจิตสำนึกว่านี้คือการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ที่ผมกำลังมองดูนี้ผมเชื่อว่าอย่างงี้ เจ้าของสัตว์ทั้งหลายขอให้ปลูกจิตสำนึก

คุณหมอ: ถูกต้องครับ

พิธีกร: ถ้าสมมุติว่าไม่มีกำลังพอเพียงที่จะเลี้ยงสุนัขมากกว่า 1 ในกรณีที่เค้าเป็นตัวเมียเนี่ยก็เข้า พรบ. เข้าทั้งหลายแลดูทั้งปวง อาจจะเป็น พรบ. ท้องถิ่นต่างๆ ที่จะเข้ามาควบคุมตรงนี้ ไปทำหมันซ่ะ ไม่งั้นก็จะเอาสุนัขไปปล่อยปะละเลย เอาไปทิ้งตามวัดต่างๆ แลัวก็ไม่ยอมรับสุนัขจรจัดส่วนใหญ่อยู่ทุกวันนี้ ปลูกจิตสำนึกแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ยังถือว่าเป็นสัตว์ที่มีชีวิต

คุณหมอ: การปลูกจิตสำนึกนี้น่ะครับ คือต้นเหตุที่เราจะต้องทำต่อเนื่องใช้เวลาประมาณในโครงการในระยะแรก 5 ปี ในระยะยาวคือประมาณ 15 ปี เอ๋อตรงนี้น่ะครับมีความสำคัญที่จะต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะความสำเร็จนั้นอีก 15 ปีข้างหน้า คือการจะเปลี่ยนแปลงเยาวชนชุดใหม่ขึ้นมาเนี่ยน่ะครับ ให้เค้ามีความรับผิดชอบเนี้ยน่ะครับ สำคัญที่สุด เป้าหมายของการทำโครงการนี้น่ะครับ เราจะมุ่งเน้นไปทางเยาวชนน่ะครับ ก็คือ การที่เราจะถ่ายทอดให้เขาเห็นชีวิตจริงของสัตว์เหล่านี้หลังจากที่คุณทิ้งแล้วเนี่ยมันจะอยู่ได้--ถ้าเป็นสุนัขพันธุ์น่ะครับ ก็คงจะ 3-6 เดือนตาย แต่ถ้าเป็นสุนัขจรจัดในไทยเราเนี่ย 3-5 ปีตาย และตายอย่างทุกข์ทรมานทั้งสิ้น เพราะความเป็นจริงของชีวิตมันจะอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น มันไม่อยู่นอกถนนที่ท่านเห็นว่า โอเควันนี้เดินมาเห็นหมา 1 ตัว พรุ่งนี้ก็หมาอีก 1 ตัว แต่ท่านไม่ทราบหลอกว่าเป็นตัวเดียวกันรึเปล่า นี่คือความเป็นจริงที่สำคัญมาก แนวทางก็จะเกิดความร่วมไม้ร่วมมือในหมู่ครูบาอาจาย์ ในหมู่อาสาสมัครนักศึษา อาจจะต้องมีชมรมเกี่ยวกับด้านสงเคราะห์สัตว์เหล่านี้ในมหาวิทยาลัยขึ้นน่ะครับ ในเรื่องของสื่อมวลชน มีการถ่ายทอดชีวิตจริงของสัตว์เหล่านี้ แล้วในเรื่องที่ว่าทำอย่างไรที่ให้ทุกคนรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งผลจากการที่เราปลูกจิตสำนึกนี่ก็จะได้กับเค้าเอง ตรงนี้สำคัญมากน่ะครับที่เรียนให้รู้ว่าสิ่งที่จะได้ก็จะได้กับตัวท่านน่ะครับ ครอบครัวของท่านตอนนี้น่ะครับ วันนี้ให้เด็กน่ะครับรับผิดชอบเลี้ยงสัตว์ 1 ตัว เช็ดอึ เช็ดฉี่ น่ะครับแล้วเทให้อาหาร วันนี้เค้าโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเค้าก็จะรับผิดชอบครอบครัว สังคมและประเทศไทยตามลำดับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะฝึกคนให้เป็นคนดีในสังคมน่ะครับ ควรให้มีเมตตาธรรม สงเคราะห์ตรงนี้เป็นพื้นฐานประเทศชาติเราเนี่ยน่ะครับ บางครั้งเกิดขึ้นมาหลากหลายมากปัญหาเนี่ย แต่ว่าทุกคนร่วมใจกันสงเคราะห์ เผื่อแผ่ สงเคราะห์ เมตตาธรรม ปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้ก็จะแก้ตก

     พิธีกร: เรียกว่าถ้าจะฝึกตรงนี้ น่าจะฝึกตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน

     คุณหมอ: เยาวชนไทยที่ล่ะครับ

: พิธีกร: ให้เลี้ยงดูสัตว์ให้มีความรับผิดชอบ ให้เกิดปลูกจิตสำนึกความมีเมตตาธรรม และ สำนึกในความรับผิดชอบ ก็จะคิดหลายๆ ครั้งที่จะเอาสุนัขไปทิ้ง หรือสัตว์ที่เลี้ยงดูไปปล่อย แล้วใช้ชีวิตตามลำพัง

คุณหมอ: แล้วที่เรียนไว้ตอนต้นรายการที่เราพบว่าคนเหล่านี้ ไปดูครอบครัวเค้าสิ่งแวดล้อมของเค้าเป็นสิ่งที่เราเองยังไม่อยากจะเชื่อว่า เอ๋อเขาเลี้ยงดู ใช้จ่ายเงินทองจนกระทั้งเดือนชนเดือน ทำไมเค้ายังมีความสุข หน้าตาเบิกบานและนี่คือความจริงครับ ว่าเราควรจะส่งเสริมน่ะครับในเรื่องการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของการสงเคราะห์สัตว์เหล่านี้ในเบื้องต้น ทำให้เกิดความร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ข้ออื่นๆ แล้วก็เป็นไปตามทีเรียกว่า ทุกฝ่ายต้องการให้เห็น ก็คือ หมดไป หมดสิ้นไป ไม่ว่าภาครัฐจะมีบุสโลบายในเรื่องการทำหมันทำให้เกิดความร่วมมือมูลนิธิฯ มีกุศโลบายทำให้เกิดการคืนขนให้กับสุนัขจรจัดเป็นกุศโลบายในความร่วมมือน่ะครับ ประชาชนเอ๋อเลี้ยงบ้านโน้นบ้านนี้ทำให้เกิดการเผื่อแผ่เป็นบุสโลบายทำให้เกิดความร่วมมือ หน่วยงานฝ่ายสิ่งแวดล้อมต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่เขตต่างๆ ที่รับเรื่องนี่น่ะครับ ทำการช่วยเหลือออกพื้นที่เป็นบุสโลบายในความร่วมมือ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันแล้วปัญหาอันนี้เล็กมากเลยครับแค่ แสนกว่าตัว ไม่ได้มากเลยครับ น้อยมากเลยครับ

พิธีกร: เอ๋อ คุณหมอเคยคุยกับแนวร่วมรึยัง ที่มีอุดมการณ์คล้ายๆ กับคุณหมอที่จะมาแก้ปัญหา

คุณหมอ: มีการเปรียบเทียบกันน่ะครับ ว่ามูลนิธิฯรักษาสุนัขจรจัดนี่เป็นฝ่ายบู๊ แล้วก็ในด้านของสมาคมป้องกันการทารุณกรรมน่ะครับ และ สมาคมอื่นๆ นี่เป็นฝ่ายหนุน เพราะว่า ฝ่ายบู๊จะต้องใช้ความรู้ ความสามารถและจะต้องทำงานในพื้นที่ ฝ่ายหนุนก็คือ เราต้องใช้เรื่องของวิชาการ และถ่ายทอดออกไปที่ต่างๆ ทั้งบู๊กับหนุนต้องร่วมกันน่ะครับ แล้วเรื่องการสนับสนุนมาจากประชาชนและจากภาครัฐส่วนหนึ่งได้ไหม NGO ก็อยากจะเข้ามาร่วมมือน่ะครับ บอกเลยว่ามูลนิธิฯสัตว์จรจัดสุนัขจรจัดตรงนี้อยากร่วมน่ะครับ ถึงแม้จะเป็น NGOแต่ว่าเราจะเป็น NGO ที่ทำให้เกิดความร่วมมือในการแก้ปัญหาไม่ใช่เป็น NGO ที่จะไปติเตียนท่านเพราะว่ามันไม่มีประโยชน์น่ะครับ ที่จะเข้าไปจับผิดท่าน ติเตียนท่าน ขอถามว่าทำไม ท่านแก้เรารู้แต่ท่านขาดความรู้มันจึงแก้ไม่ได้ถ้าเรามีทั้งความรู้น่ะครับ แล้วก็มีคนที่มีจิตใจอยากจะแก้เข้าไปมีส่วนร่วมน่ะครับ ทำไมเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่มีหลอกครับ แก้ไขได้ง่ายนิดเดียว ้

พิธีกร: คุณหมอครับ เอาซะนิดนึงเพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการรักษาโดยเฉพาะ เราไม่ยอมรับความจริงสุนัขจรจัดส่วนใหญ่จะอยู่ที่วัด อาจจะเป็นอ่า 70-80% ที่อยู่ในนั้นที่หมอบอกว่าเป็นแสนชีวิต แปดหมื่นชีวิตอยู่ตามลานต่างๆ การรักษาโรคขี้เรื้อนต่างๆ มันมีแนวทางรักษาง่ายๆไหมครับ

คุณหมอ: มีครับ เอ๋อ สุนัขจรจัดน่ะครับหรือสุนัขบ้านก็แล้วแต่ครับ เวลาเป็นขี้เรื้อนนี่น่ะครับ ให้พึงระลึกว่า รู้ไว้ได้เลยว่าเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุว่าความสะอาด สุขอนามัยเป็นเบื้องต้น สุขอนามัยตรงนี้ก็คือ เกิดขึ้นเอ๋ออย่างบางที่สกปรกเกินไป ทำให้ผิวหนังขาดไขมัน สุนัขไม่มีต่อมเหงื่อมีแต่ต่อมไขมันเวลาเราอาบน้ำมันมากเกินไปเค้าก็จะชำระไขมันออกมา ทำให้ขนนั้นแห้ง ด้าน ขี้เรื้อนก็ตามมาอย่างสกปรกเกินไป คือ ไม่ได้อาบน้ำเลยอย่างงี้ ก็ ก็ อย่างสุนัขจรจัดนี้ไม่มีโอกาสอาบน้ำเลย แล้วสุนัขไม่มีโอกาสทำความสะอาดได้เหมือนแมว เพราะฉะนั้นแน่นอน โอกาสที่เขาจะเป็นขี้เรื้อนก็มีมากกว่าเขาแน่นอน หรือถ้าเป็นสุนัขพันธุ์ ถ้าทิ้งเป็นหมาจรจัดเมื่อไหร่ ไม่เกิน เดือนหรือ สองเดือนขี้เรื้อนกินหมดแล้ว นี่คือความจริงเพราะฉะนั้นนี่คือ วิธีการที่เราจะรักษาเมื่อเรารู้ว่าเกิดจากสุขอนามัย เราก็ทำให้สุขอนามัยดีขึ้นปราศจากเชื้อโรคซะ ก็โดยการอาบน้ำ ใช้แชมภูที่ถูกต้องของเค้า ไม่ชำระแบบว่าไขมันออกมากเกินไปแล้วเรื่องของการใช้ยาน่ะครับ อย่างยาฆ่าเชื้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อธรรมดาๆ พื้นๆ รวมกระทั้งยาใส่แผล ก็ใช้ได้หมด แล้วก็ในเรื่องของการที่จำเป็นต้องไปหาคุณหมอรักษา อันนั้นก้เป็นในเรื่องของการเลือกใช้ยาปฎิชีวนะให้เหมาะสม อาจจะต้องใช้ยาอย่างอื่นร่วมด้วย แต่ในสุนัขจรจัดน่ะครับเราคงจะไม่สามารถทำอะไรในทุกๆ ด้านได้พร้อมๆ กันได้

พิธีกร: อย่างที่คุณหมอพูด

คุณหมอ: อ่า ใช่ครับ เพราะฉะนั้นเราเอาประเด็นหลักๆ ก็คือ ขี้เรื้อนแล้วก็เรื่องของการติดเชื้อทั่วไปเราก็จะใช้ยาที่เกี่ยวกับยาฉีดป้องกัน รักษา ป้องกันเห็บหมัด แล้วก็ใช้ในเรื่องบุสโลบายในเรื่องของการทำงาน อาบยารักษาขี้เรื้อนโดยใช้ยารักษาขี้เรื้อนโดยตรงแต่ถ้าตัวไหนเป็นเรื่องของการติดเชื้อเรื่องของการอับเสบ เราอาจจะใช้ยาทาแผลใช้ทาแผลให้เขา รักษาให้เขามันง่ายครับ ไม่ได้ยากอะไร

พิธีกร: สำหรับวัดเนี่ย เขามีกำลังไปทำอย่างงั้นไหม

คุณหมอ: มีครับ

พิธีกร: ทีนี้ที่ผมได้ยินมา จริงหรือเท็จไม่ทราบเรื่องของโรคขี้เรื้อนของสุนัข เนี่ยเอาน้ำมันเครื่องทาแล้วก็หาย

คุณหมอ: ไม่จริงครับ

พิธีกร: ไม่จริง

คุณหมอ: ไม่จริงครับได้เพียงบางเรื่อง คือ ขี้เรื้อนมันมีทั้งแบบประเภทที่เรียกว่า ใช้อ๊อกซิเยนในการที่จะดำรงชีพแบบที่ไม่ใช้อะไรทำนองนี้น่ะครับ แล้วก็อยู่ในชั้นลึกเข้าไปอยู่ในรูขุมขนเลยน่ะครับ ยังกับอยู่ในผิวหนังอะไรประเภทนี้การใช้น้ำมันเครื่องน่ะครับมันก็จะใช้รักษาชิ้นเนื้ออะไรได้บางอย่างเท่านั้น ได้บางชนิดเท่านั้นไม่ได้ทั้งหมด

พิธีกร: เอ้า กลับมาเรื่องคุณหมอส่วนตัวบ้าง

คุณหมอ: หัวเราะ......

พิธีกร: เปิดโรงพยาบาลมา 17 ปีที่นี่อาจจะ 5-6 ปีแล้ว ทำมาเอาล่ะอย่าพูดถึงกำไรกันเลยทราบจากคุณหมอจริงๆ พูดอย่างไม่อายว่า ชักหน้าไม่ถึงหลังเพราะจากการรักษาสุนัขจรจัดอยู่ทุกวันนี้หรือสัตว์จรจัด ที่คนทิ้งแล้วไม่เอาแล้วเนี่ยต้องทนไปทำไมทุกวันนี้

คุณหมอ: ทนทำไปทำไมทุกวันนี้

พิธีกร: แล้วอีกอย่างหนึ่ง ประเด็นว่าทำไมที่เจ้าของสุนัขบ้านก็ไม่ได้เอามา ถูกไหม ?

คุณหมอ: ถูกครับ

พิธีกร: เค้าก็เกิดความไม่สบายใจว่ายังงั้นเถอะ กลัวว่าจะมาติดโรคขี้เรื้อนและโรคต่างๆจากสุนัขจรจัดทั้งหลายเนี่ย

คุณหมอ: คืออย่างนี้ครับ บ้านเราน่ะครับคือว่าเราคิดจะทำอะไรซักอย่างนึง เพื่อหวังผลตอบแทนแล้วน่ะครับ อย่าไปทำเลยครับเพราะสุนัขจรจัดมันไม่มีให้ มันมีแค่บอกว่ามันมีเงินในกระเป๋า 1,000 บาท แล้วจะไปซื้อล๊อคเตอร์รี่เผื่อถูกรางวัลที่ 1 น่ะครับถามว่าโอกาสที่จะถูกรางวัลที่ 1 มีมากหรือน้อย คำตอบคือ แทบจะไม่มีโอกาสถูกเลย ท่านทั้งหลายก็ซื้อกันอยู่เลย วันนี้เงินในหน้าตักของเรานี่น่ะมีอยู่แค่นิดเดียวแล้วก็ใช้ไปหมดแล้ว ถามว่าไอ้เราจะไปคาดหวังว่าจะไปได้โน้น ได้นี่คงไม่ใช่ แต่ที่เห็นยังทำอยู่เนี่ยน่ะครับ เหตุผลง่ายเนี่ยน่ะครับ แต่ถ้าเงินของหมอเนี่ยน่ะครับไปกระตุ้นทำให้เกิดการร่วมไม้ร่วมมือ ทั้งในส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งประชาชนและองค์กรต่างๆ ให้มองเห็นว่าการที่สังเคราะห์เป็นเบื้องต้นที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกจิตสำนึกก็ดี หรือในเรื่องของปัญหาศีลธรรมในโลกของอนาคตก็ดี เอ๋อเงินจำนวนนี้คุ้มซะยิ่งคุ้ม คุ้มค้ามากที่เราจะทำวันนี้ลูกค้าอาจจะไม่เข้าเพราะว่า 1. รังเกียจ 2. ทนเห็นความเป็นจริงแห่งชีวิตไม่ได้ 3. ก็คือ กลิ่น เราเข้าใจท่านทั้งหลายน่ะครับ ที่รับไม่ได้ หรือบางท่านเห็นภาพความทุกข์แสนสาหัสเลย เลือดเต็มตัวเลย โดนอุบัติเหตุชนกันแขนขาหัก เราเข้าใจดีน่ะครับที่ท่านพบกับสภาวะเช่นนี้ไม่ได้ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งหมออาจเรียกได้ว่าหมอต้องทำงานอยู่ตรงนี้อยู่ทุกวัน ผ่าตัดวันหนึ่ง 20-40 ตัวทุกวันจนเคยชิน ปกติเฉลี่ยวันละ 20-40 ตัวครับทุกวันโดยเฉลี่ย


พิธีกร: รักษาโรคทั่วๆไปด้วย

คุณหมอ: คือ ผ่าตัดซะเป็นส่วนใหญ่ สัตว์จรจัดส่วนใหญ่ต้องผ่าตัดแทบทั้งสิ้น เราอาจจะเคยชินฉะนั้นบางครั้งท่านจะไม่เข้าใจบุคลิกของหมอ บุคลิกเป็นคนแข็งๆ กระด้างอย่างนี้หรือจะมาทำอะไรอย่างงี้น่ะ เผื่อแผ่ได้อย่างไร ท่านไม่เห็นหลอกครับงานอย่างเรามันปิดทองหลังพระ งานส่วนใหญ่ของหมอไม่สามารถถ่ายทอดออกไปได้เลย วันนี้ถึงแม้เราจะหมดเนื้อหมดตัวก็จริงอยู่น่ะครับ เราก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องแบมือขอใครเขาทาน เพียงแต่ว่าเราจะชักหน้าโปกหน้า โปกหลัง เดือนชนเดือน ในเมื่อรายจ่ายมูลนิธิฯรายจ่ายเดือนละ 700,000 บาทโดยเฉลี่ย รายรับจากมูลนิธิฯน่ะครับ เริ่มต้นจากเดือนแรกแค่ 30,000 บาท วันนี้ท่านได้เผื่อแผ่ค้ำจุนมาจนถึงทุกวันนี้ 300,000บาท ต่อเดือนแล้วยังขาดอยู่แค่ 400,000 บาท หมอคาดว่าถ้ามีคนที่มีฐานะร่ำรวยคนใดคนหนึ่ง ( ยกตัวอย่าง ) มาช่วยกันแบ่งเบารายจ่ายที่ติดลบนี้ เราก็สามารถที่จะยันตรงนี้ได้ไหว ซึ่งจะใช้เงินจำนวนนั้นไม่น่าเกิน 500,0000 บาท หรือว่าเป็นประชาชนทั่วไปที่ช่วยเหลือมูลนิธิฯ ส่วนใหญ่ก็จะช่วยเป็นกองทุนรายเดือน เล็กๆ น้อยๆ บางคนก็ 50 บาท บางคนก็ 100 บาท บางคนก็ 300 บาท บางคนก็ 500 บาท บางคนก็มี 1,000 บาท เป็นต้น คนเหล่านี้น่ะครับเป็นคนค้ำจุนมูลนิธิฯให้ทำประโยชน์ต่อไป วันนี้ท่านอาจจะดูมูลนิธิฯไม่มีประโยชน์มากนักเพียงช่วยเหลือสัตว์จรจัด แต่หมอขอยืนยันน่ะครับว่า มูลนิธิฯนี้สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ภายใน 15 ปีหรือ 40 ปีข้างหน้า ท่านจะทราบว่า มูลนิธิฯ นี้มีประโยชน์มหาศาลเป็นไม่ใช่เฉพาะสัตว์เท่านั้นน่ะครัยกับคนนี่น่ะครับก็มากมายเหลือเกินที่สำคัญมากทางมูลนิธิฯที่หมอกำลังพยายามจะทำอยู่นี้ เพียงแต่ว่ายังไม่มีต้นแบบในประเทศไทยเลย แล้วก็ไม่เคยมีใครทราบจริงค่าใช้จ่ายต่อตัว ต่อปีของสุนัขจรจัดคือเท่าไหร่ มันคงจะทำได้ยากมากที่จะให้ทุกคนมาเข้าใจหมอที่กำลังทำอยู่ แต่หมอก็เชื่อว่าจากนี้ไปคงจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ความร่วมไม้ร่วมมือก็ดีน่ะครับ ประชาชนที่อยากจะเห็นการแก้ไขไม่ว่าท่านจะรังเกียจสัตว์เหล่านี้ก็ดี หรือ รักสัตว์เหล่านี้ก็ดีท่านไม่อยากเห็นสัตว์เหล่านี้ตายข้างท้องถนนน เพราะฉะนั้นถ้าทุกฝ่ายเห็นความสำคัญให้การสนับสนุน ค้ำจุนมูลนิธิฯต่อจากหมอ หมอก็จะสามารถรักษาสถานที่ ที่นี่ไว้ได้ แต่ถ้าหมอไม่สามารถรักษาสถานที่ที่ตั้งอยู่ตอนนี้ได้ก็ไม่ได้หมายความว่า มูลนิธิฯนี้จะล้ม เพียงแต่ว่าเราย้ายไปอยู่วัดทุ่งครุ เราก็ไปหาวัดอยู่เหลือไว้เพียงรถเคลื่อนที่ อะไรทำนองนั้น ไม่ได้หมายถึง มูลนิธิฯนี้ล่มสลายคนที่จะมาทำงาน

พิธีกร: มูลนิธิฯนี้คงจะต้องรักษาสัตว์จรจัดต่อไป

คุณหมอ: ครับเมื่อสักครู่ถามว่า ทำไปทำไปใช่ไหมครับ อยากจะบอกว่าคนที่เขาทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตของเค้า ขนาดสละชีวิตก็มี ยกตัวอย่างอย่าง สืบ นาคะเสถียง กับการที่เราแค่หมดเงินหมดทองนี่น่ะครับ ความเป็นอยู่อาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน เรายังห่างไกลกับเขามาก
พิธีกร: ผมกำลังจะบอกอย่างงี้ ครับ ทำคนเดียวบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เราลองหาแนวร่วมที่มีอุดมการณ์ที่ใกล้เคียงกันกับเรา แล้วก็มาร่วมกันสนับสนุนเนี่ย
คุณหมอ: ถูกต้องครับ
พิธีกร: อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระต่างคนต่างรับไป ทำให้งานนี้อาจจะลุล่วงเป้าหมายไปดีกว่าไหม ทำนองนั้น
คุณหมอ: ถูกต้องเลย แต่ว่าอย่างที่เรียนให้เข้าใจปัญหานี้เป็นปัญหายากแก้ลำบาก เอ๋อใหม่ๆ การที่จะให้ทุกคนมาร่วมกันเข้าใจจุดประสงค์ ความมุ่งหวังของคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งสัตว์แพทย์ก็ดีไม่ใช่สัตว์แพทย์ก็ดี ประชาชนทั่วไป หรือฝ่ายนิติบัญญัติก็ดี
พิธีกร: คุณหมอทุกวันนี้ยังรักษาฟรีอยู่รึเปล่า
คุณหมอ: รักษาฟรีอยู่ครับ
พิธีกร: แล้วเดี๋ยวนี้ไม่ได้แยกประเภทแล้ว สมมุติว่าคนที่มีกำลังอยู่จุนเจือ เพื่อให้โรงพยาบาลสัตว์อยู่ได้
คุณหมอ: มันเป็นไปไม่ได้ครับ คือในระยะแรกโรงพยาบาลสัตว์รุ่งนิรันดร์จะสามารถค้ำจุนมูลนิธิฯนี้ได้ เนื่องจากมีรายรับอยู่ ทำไป ทำไปลูกค้าก็จะหายไปเรื่อยๆ
พิธีกร: เนื่องจากรับสุนัขจรจัด นี่น่ะครับ
คุณหมอ: ใช่ครับ เพราะฉะนั้นมูลนิธิฯเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าจะให้หมอเลือกระหว่างโรงพยาบาลสัตว์โรจน์นิรันดร์ ความสำคัญจะมาเทียบมูลนิธิฯเพื่อการรักษาสุนัขจรจัด ขอโทษครับ โรงพยาบาลสัตว์นิรันดร์ไม่มีความสำคัญกับมูลนิธิฯเลย เพียงแต่ว่าโรงพยาบาล
พิธีกร: มูลนิธิฯนี่มีความหมายกับคุณหมอมากกว่าโรงพยาบาล พูดง่ายๆ ในตัวโรงพยาบาลรักษาสัตว์หรือมูลนิธิฯเป็นแหล่งรับทุน เข้ามาผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เกิดความสัมฤทธิ์รึยังไง
คุณหมอ: คือ มูลนิธิฯเพื่อการรักษาสุนัขจรจัดเป็นเบื้องต้นเท่านั้น ในการที่ทำให้สังคมนี้ดีขึ้นสังคมนี้เราต้องมาฟื้นฟูด้านใจ
พิธีกร: ให้เขาได้รู้จัก บริจาด ทำทานอย่างนี้รึครับ
คุณหมอ: ใช่ครับ วันนี้เราทำสำเร็จได้ระดับหนึ่ง คือมีโรงเรือน โรงทานเกิดขึ้นในวัดทุ่งครุ ถ้าเราทำให้พระสงฆ์
พิธีกร: โรงเรือนทุ่งครุ โรงทานทุ่งครุ เกิดจากมูลนิธิฯการรักษาสัตว์จรจัดนี่หรือ
คุณหมอ: ใช่ครับ เพราะฉะนั้นจะทำให้สังคมเกิดการเผื่อแผ่ คนมีการทำทานมากขึ้น คนไม่เข้าใจโลกในอนาคตศีลธรรมเสื่อมลงเรื่อยๆ อย่างน้อยเราก็มีการสังเคราะห์สัตว์ยังเหลืออยู่
พิธีกร: ความเชื่อของคุณหมอว่า ถ้าฝึกเด็กตั้งแต่ เยาวชนให้รู้จักรักสุนัขรักสัตว์ก็จะได้ฝึกให้เค้ามีจิตใจและกล่อมเกาให้เค้าเป็นคนมีเมตตาธรรม
คุณหมอ: ใช่ครับ
พิธีกร: แล้วมีความรับผิดชอบ
คุณหมอ: ถูกต้องครับ
พิธีกร: สำหรับอนาคตที่เค้าที่ต้องเดินต่อไป
คุณหมอ: ถูกต้องครับ
พิธีกร: มีจุดเชื่อโยงกัน มีความต่อเนื่องกัน
คุณหมอ: ใช่ครับ เพราะฉะนั้นเราจะหมดเงินหมดทอง หรือ อะไรตรงนี้ก็ดี แล้วก็มีคนอื่นที่เข้าใจในหลักการตรงนี้และเข้าใจหมอ มาช่วยกันหน่อยเถอะครับมาช่วยกันค้ำยันมูลนิธิฯนี้ต่อไป โรงพยาบาลก็จะปลดป้ายลงในวันสองวันนี้แล้วน่ะครับ ไม่มีประโยชน์อีกต่อไปถ้าเราอยู่ที่นี่ไม่ได้เราก็ควรไปอยู่ที่วัด ถ้าเราอยู่ที่วัดแล้วยังกระตุ้นให้สังคมเผื่อแผ่ไม่สำเร็จเราก็คงเหลือแต่รถเคลื่อนที่ แต่ไม่ได้หมายความว่ามูลนิธิฯนี้จะล่มสลาย ไม่ใช่
พิธีกร: ตราบใดชีวิตนี้เรียกว่า คุณมหอทุ่มเทให้กับสัตว์จรจัดว่างั้นเถอะ
คุณหมอ: เหลือเวลาอยู่ไม่กี่วันก็ตายแล้วน่ะครับ ไม่เกิน ห้าพันวัน เพราะฉะนั้นจะเรียกว่ามีเวลาก็ทำเถอะ เดี๋ยววันนี้ตายไปแล้วก็ไม่รู้จะไปทำยังไง งานก็ไม่สำเร็จอยู่ดีจริงอยู่ถึงตายงานไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ทำงานตรงนี้เผื่อคนอื่นได้สานงานต่อ จะได้ไม่ลำบากเหมือนทุกวันนี้ก็อย่างที่เรียนว่า ทุกคนยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่มีต้นแบบระยะเวลา ปีสองปีที่ผ่านมาเราก็ต้องอดทนจะต้องทนอยู่อย่างนี้อีกนานกว่าทุกคนจะเข้าใจ แล้วเริ่มให้การสนับสนุน ในต่างประเทศขอโทษน่ะครับไม่ว่าจะใน อังกฤษหรืออเมริกาภาครัฐบาลจะต้องสนับสนุน มูลนิธิฯนี้น่ะครับ เป็นเรื่องใหญ่
พิธีกร: เค้ามีกฏหมายควบคุมไม่ให้เอาสุนัขมาปล่อยปะละเลย คือปล่อยตามท้องถนนมีความผิดน่ะ
คุณหมอ: คือ เค้าเริ่มมากี่ปี เค้าเริ่มมาจากไมรโครชิปหรือ ?
พิธีกร: ครับ
คุณหมอ: ไม่ใช่ครับ ไมรโครชิปเพิ่งเริ่มมาสิบกว่าปีนี่เอง
พิธีกร: จิตสำนึก
คุณหมอ: เขาเริ่มมา 5-60 ปี แล้วน่ะครับ
พิธีกร: ความรับผิดชอบ
คุณหมอ: เพราะฉะนั้น
พิธีกร: ต้องมีกฏหมายควบคุม
คุณหมอ: แต่เค้าแก้มาเป็นลำดับยังไงครับ เพราะฉะนั้นเกิดมูลนิธิฯขึ้นมามีการถ่ายทอดมีการทำอะไรขึ้นมาแล้ว แก้ปลายเหตุถูกทางแล้วกฏหมายเป็นเรื่องที่จะตามมาแน่นอน

พิธีกร: มิฉะนั้นทุกคนก็จะบอก ธุระไม่ใช่ ปล่อยสุนัขทิ้งตามถนน แล้วก็จะเป็น ภาระส่วนรวมของสังคมไปซะ

คุณหมอ: ทุกคนก็จะแก้แต่ต้นเหตุอย่างเดียวมันจะไปแก้ได้อย่างไร สุดท้ายก็หนีที่ปลายเหตุไม่พ้น

พิธีกร: คุณหมอครับขอถามอีกคำถามนึง เชื่อว่าการทำหมันน่าจะเป็นการป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ แล้วก็รณรงค์ให้ทุกคนควรจะทำอย่างงั้น ถ้าสมมุติไม่มีกำลังเลี้ยงเกิน 1 ว่างั้นเถอะ

คุณหมอ: คือ การทำหมันนี่น่ะครับ สำหรับประชาชนทั่วไป

พิธีกร: น่าจะมีกฏมหายควบคุมไหม

คุณหมอ: น่าจะมีน่ะครับ สุนัขที่ท่านไม่ต้องการหรือสุนัขจรจัดมีความจำเป็นน่ะครับถามว่าคุณหมอมีความจำเป็นอย่างไร

พิธีกร: เหมือนกับชีวิตเค้าจะถูกทอดทิ้งอย่างงี้ อยู่ตามวัดงี้

คุณหมอ: คือ ประชาชนเข้าใจคือว่า โอเคนี่คือการลดประชากร นี่คือข้อแรกน่ะครับแต่ในความหมายของการทำหมันอย่างที่หมอทำอยู่เนี่ยน่ะครับเอ๋อ!!หมอช่วยชีวิตเขาไว้น่ะครับ 15% ไม่ต้องตายด้วยโรคมดลูกอับเสบ 5% ไม่ต้องตายอย่างทุกข์ทรามานด้วยเนื้องอกในระบบสืบพันธุ์ แล้ว 30% ไม่ต้องตายด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด 70% ไม่ต้องตายหรือถูกรังเกียจในสังคมด้วยโรคขี้เรื้อน แล้วตัดเขี้ยวทิ้งด้วยถ้ามีเวลาจะตัดเขี้ยวให้ด้วยเลย ฉะนั้นสังคมจะรังเกียจเค้าให้ให้ไปกัดคนก็ไม่มี ฉะนั้นสามแสนคนก็จะไม่ถูกกัดหรือว่า โอเค เอ๋อตัวเค้าจะกัดกันเอง

พิธีกร: แล้วงบประมาณ สามร้อยล้านกว่าก็ไม่ต้องเสียไป

คุณหมอ: อ๋า งบประมาณต่อปี

พิธีกร: 400 คิดเป็นค่าพิษสุนัขบ้า ตัวละ 25 บาท คุ้มกว่ากันเยอะเลย

คุณหมอ: ทำให้เกิดบุศโลบายของภาครัฐทำอยู่ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะโครงการณ์รณรงค์ทำอยู่ถูกต้องเลย ทำให้เกิดความร่วมมือ

พิธีกร: ด้วยความต่อเนื่องของบ้านเรา เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีความต่อเนื่องอ้ายประสิทธิ์ภาพ ประสิทธิ์ผลมันก็จะเห็นผลสัมฤทธิ์ได้มากขึ้นน่ะครับ ครับ...คุณหมอครับวันนี้ต้องขอยกย่องคุณหมอในฐานะ คนดีคู่สังคมจริงๆ ผู้เสียสละจริงๆ ศาสตร์ตราจักรมากว่า 17 ปี โดยที่ทุกวันนี้เราก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่า ขออภัยที่พูดอย่างนี้ เรียกว่า นี่คุณหมอพูดเองเลยน่ะ โครสมาเลยก็แล้วกันชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ก็ยังมุ่งมั่นช่วยเหลือสัตว์ร่วมโลก

คุณหมอ: เพราะมีความจำเป็น

พิธีกร: ต้องเกื้อกูลกันขอมอบบัตรประกาศเกียรติคุณแก่คุณหมอ นายสัตว์แพทย์ เกียรติศักดิ์ โรจน์นิรันดร์น่ะครับ แล้วขอยกย่องเป็นคนดีคู่สังคมที่เสียสละ เพื่อส่วนรวมจริงๆ จริงๆเราอย่ามองข้ามสุนัขจรจัดก็สามารถไปทำลายบรรยากาศของสังคมและส่วนรวมได้ด้วยเช่นเดียวกัน น่ะครับ ผมและท่านประธาน นายสัมพันธ์ ร่วมลงนาม

คุณหมอ: ครับ ขอขอบพระคุณมาก...

พิธีกร: เอาล่ะครับท่านผู้ชมนั่นคือคนดีสู่สังคมประจำวันนี้ นายสัตว์แพทย์ เกียรติศักดิ์ โรจน์นิรันดร์ที่เสียสละทุกบาท ทุกสตางค์เพื่อสัตว์ลำบาก วันนี้ลาก่อนครับ....ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตามชม รายการแล้วกลับมาพบกับเราทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์, เวลา 3 ทุ่มโดยประมาณทาง UBC ช่อง 07 วันนี้ลาก่อนน่ะครับ สวัสดี..........
--------------------------------------------------------------------------------

ที่มา :เวป ffsd.org