|
เกาะสุนัขดังกล่าว
ถูกก่อสร้างติดกับบึงใหญ่ล้อมรอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
ลักษณะคล้ายรีสอร์ท ด้านหลังรั้วมีสุนัขพันธุ์ไทยนานาชนิด
ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ อยู่รวมกันจำนวนมากกว่า
400 ตัว ขณะที่เดินเข้าไปใกล้ๆ
สุนัขจะส่งเสียงเห่าหอนรับกันเป็นทอดๆ
ดังระงมไปทั่วบริเวณ โดยภายในเกาะสุนัขมีการก่อสร้างบ้านเป็นหลังๆ
สำหรับเป็นที่พักผ่อนของสุนัขพันธุ์ไทยเหล่านี้ด้วย
นางสุรางค์ ภู่สะคด อายุ 43
ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่
12 แขวงศาลาธรรมสพณ์ เขตทวีวัฒนา
กรุงเทพฯ ลูกจ้างรายวันของสำนักงานพุทธมณฑล
ทำหน้าที่เป็นผู้คอยดูแลสุนัขเหล่านี้
กล่าวว่า เธอเริ่มทำงานที่สำนักงานพุทธมณฑลตั้งแต่ปี
2527 มีหน้าที่คอยดูแลสวน ตัดหญ้า
ซึ่งสมัยนั้นจะมีสุนัขจรจัดจำนวนไม่มาก
กระทั่งระยะหลังผู้คนที่เข้ามาเที่ยวพักผ่อน
ไหว้พระ หรือเข้ามาทำบุญที่พุทธมณฑลมักจะนำสุนัขมาปล่อยทิ้งไว้
จนมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มสร้างปัญหาไล่กัดผู้คนที่มาวิ่งออกกำลังกาย
หรือไล่กัดเด็กๆ นอกจากนั้นยังถ่ายเรี่ยราด
จนทำให้บริเวณพุทธมณฑลสกปรกไปทั่ว
ต่อมาเดือนมีนาคม 2545 ทางสำนักงานพุทธมณฑลจึงได้จัดระเบียบสุนัขจรจัด
โดยการจัดงบประมาณประมาณ 2 แสนบาท
ทำรั้วกั้นรอบบริเวณพื้นที่สวนหย่อมซึ่งมีเนื้อที่ติดกับริมบึงน้ำ
แล้วนำสุนัขจรจัดที่อยู่ในพุทธมณฑลทั้งหมดมาอยู่รวมกัน
"ช่วงแรกๆ มีสุนัขจรจัดเพียงแค่
200 กว่าตัวเท่านั้น แต่ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
สุนัขเหล่านี้ได้ออกลูกกันมามากขึ้น
จนทุกวันนี้มีถึงกว่า 400 ตัวแล้ว"
นางสุรางค์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่มีผู้แอบอ้างขอลูกสุนัขไปเลี้ยงแต่กลับนำไปวางขายยังตลาดนัดว่า
ที่ผ่านมาเคยมีผู้นำสุนัขพันธุ์ดัมเมเชียลมาทิ้งไว้จำนวน
4 ตัว ต่อมามีคนมาเห็นและเกิดชอบใจจึงทำทีเป็นขอลูกสุนัขทั้ง
4 ตัวไปเลี้ยง
"เราเห็นเขารักหมาก็ให้ไป
หลังจากนั้นไม่นานนัก พอดีไปเดินซื้อของที่สนามหลวง
2 ไปเจอลูกหมา 4 ตัวนี้ถูกขังอยู่ในกรงเพื่อวางขาย
เมื่อเห็นก็จำได้ทันที หลังจากนั้นมาเมื่อมีคนมาขอสุนัขไปเลี้ยงฉันก็ไม่เคยให้ไปอีกเลย
เพราะกลัวว่าเขาจะเอาไปขายอีกนางสุรางค์
เล่า
ด้านนางรื่น ธนานันท์ อายุ 46
ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่
8 แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ดูแลสุนัข เล่าถึงกิจวัตรประจำวันในการดูแลสุนัขจำนวน
400 ตัวนี้ว่า แต่ละวันจะต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปกลับระยะทางกว่า
4 กิโลเมตรทุกวัน โดยช่วงเช้าจะต้องนำข้าวสารมาต้มทิ้งไว้วันละ
80 กิโลกรัม แต่ถ้ามีอาหารสุนัขก็จะ
ใช้อาหารสุนัขวันละ 3 ลูก หรือประมาณ
45 กิโลกรัม พร้อมด้วยข้าวสารอีก
60 กิโลกรัม แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือโครงไก่
ที่ต้องใช้วันละกว่า 40 กิโลกรัม
"ตกแล้ววันหนึ่งจะต้องเสียเงินซื้ออาหารให้เจ้าพวกสุนัขเหล่านี้มากถึงวันละ
5,000 บาท แต่ละวันจะให
้อาหารเพียงวันละ 1 มื้อเท่านั้น
คือประมาณ 11.30 น.ของทุกวัน
เมื่อถึงเวลาอาหารเจ้าสุนัขทุกตัวจะรู้
เวลาที่
เราเข้าไปข้างในรั้ว เขาก็จะวิ่งกรูตามกันมาเป็นฝูง
ซึ่งจำนวนสุนัขที่มีทั้งหมดก็จะมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้อยู่ตัวหนึ่งคือ
เจ้าหัวโต เจ้าตัวนี้จะมีนิสัยดุ
เกเร ส่วนตัวเมียก็จะมีชื่อว่า
อีหมอก ทั้ง 2 ตัวนี้แสบสันต์พอๆ
กัน พอเราให้อาหาร
เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องมานั่งเก็บชามของสุนัขไปล้างให้สะอาด
แล้วทำความสะอาดภายในบริเวณทั้งหมด
ซึ่งชีวิตก็จะปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน"
นางรื่น กล่าว
นางรื่น กล่าวต่อไปว่าการเลี้ยงสุนัขจำนวนมากๆ
ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็เริ่มจะชินแล้ว
หรือจะเรียกว่าเป็นแม่หมาก็ยังได้
เพราะทุกวันนี้พูดได้ว่ามีความสุขกับการเลี้ยงสุนัขเหล่านี้
รู้สึกรักผูกพันกับพวกเขา และคอยเป็นห่วงอยูตลอดเวลา
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด
ต้องมาทำงานทั้งที่ไม่ได้ค่าจ้าง
เพราะถ้าไม่มาสุนัขพวกนี้ก็ต้องอดข้าว
ไม่มีกิน จึงต้องมาดูแลทุกวันไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว
"ทุกวันนี้การเลี้ยงสุนัขไม่ใช่ปัญหาเสียแล้ว
เพราะปัญหาอยู่ที่ข้าวสารอาหารของสุนัขที่เริ่มจะขาดแคลน
ต้องคอยผู้มีจิตศรัทธา
มาบริจาคให้ บ้านของสุนัขที่ใช้เป็นที่พัก
หลบแดด หลบฝน ก็ไม่เพียงพอ เพราะเมื่อมีจำนวนมากขึ้นสถานที่อยู่ก็เริ่มคับแคบ
แออัด จึงต้องรอให้ผู้มีจิตศรัทธามาบริจาคและสร้างบ้านให
้พวกสุนัขอยู่ และตอนนี้มีความคิดว่าอยากจะสร้างอ่างน้ำ
เพื่อให้สุนัขได้ลงไปเล่นน้ำอาบน้ำบ้าง
ก็ได้แต่หวังไว้ว่าจะมีผู้ใจบุญบริจาคสร้างที่อยู่หรือนำอาหารมาให้สุนัขพวกนี้ได้กินอยู่
จะได้ไม่อดอยาก" นางรื่น
กล่าวอย่างมีความหวัง
นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล
เปิดเผยว่า สำนักงานพุทธมณฑลสามารถดูแลสุนัขพวกนี้ได้ตามสมควรเท่านั้น
เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอ ซึ่งการที่นำสุนัขไปอยู่รวมกันเป็นหลักแหล่ง
เพราะต้องการจัดระเบียบไม่ให้สุนัขไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
"เราคัดเอาเฉพาะสุนัขที่มาอาศัยอยู่ในพุทธมณฑลเท่านั้น
เคยมีบางหน่วยงานจะนำสุนัขมาปล่อยที่นี่ทางเราก็ไม่รับ
เพราะไม่มีงบประมาณเลี้ยงดู แต่ได้พยายามจัดหางบมาสร้างเกาะให้สุนัขเหล่านี้อยู่
เพื่อความเป็นระเบียบ และยังสร้างความสะดวกให้สัตวแพทย์จากกรมปศุสัตว์ที่จะเดินทางมาตรวจสุขภาพเจ้าสุนัจรจัดเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานพุทธมณฑลได้รับการอนุเคราะห์จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอให้การฉีดวัคซีนและ
ดูแลสุนัขเหล่านี้มาตลอด"
นายอำนาจ กล่าวและว่า ขณะนี้งบประมาณในการเลี้ยงดูสุนัขส่วนใหญ่
ต้องรอจากผู้บริจาคเท่านั้น
ด้านนางศิรมณี วีระวงศ์ อายุ
62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่
2 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
ซึ่งเดินทางมาบริจาคสิ่งของให้กับสุนัข
เปิดเผยกับ คม ชัด ลึก ว่าเธออยู่ที่เมืองนิวยอร์ก
ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทราบข่าวจากอินเทอร์เน็ตว่าที่นี่มีเกาะสุนัขจำนวนมาก
โดยความที่เป็นคนรักสุนัขอยู่แล้ว
เมื่อมีโอกาสกลับมาเมืองไทย จึงให้ลูกหลานพามาดู
และเห็นว่าสุนัขเหล่านี้น่าสงสารมาก
จึงมาบริจาคกระเบื้องสำหรับสร้างหลังคาบ้านให้กับสุนัขพวกนี้
ที่มา : คมชัดลึก
|