พุทธมณฑล จัดระเบียบสุนัขจรจัด เทงบกว่า 2 แสนบาทเนรมิตรีสอร์ทริมน้ำ

เทงบกว่า 2 แสนบาทเนรมิตรีสอร์ทริมน้ำ บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ จับสุนัขเร่ร่อนกว่า 400 ตัว
ให้อยู่รวมกัน พร้อมจ้างพนักงานรายวัน 2 คนคอยดูแลหุงหาข้าววันละกว่า 80 กก.

แถมโครงไก่อีก 40 กก.เฉลี่ยค่าอาหารเลี้ยงดูวันละกว่า 5,000 บาท วอนผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือเพราะขาดงบเลี้ยงดู แถมที่พักเริ่มไม่พอ
เหตุสุนัขเพิ่มจำนวนไม่หยุด

 

    เรื่องราวของสุนัขจรจัดที่มีผู้นำมาทิ้งไว้ให้เลี้ยงกว่า 400 ตัว โดยที่สำนักงานพุทธมณฑล ต้องสร้างที่พักให้อยู่เป็นสัดส่วน พร้อมกับจ้างเจ้าหน้าที่คอยดูแล ทุ่มงบประมาณเลี้ยงอาหารเฉลี่ยวันละกว่า 5,000 บาท เปิดเผยเมื่อผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก” เดินทางไปยังสำนักงานพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พบว่าบริเวณด้านในสุดของสำนักงานพุทธมณฑล เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ถูกกันพื้นที่เป็นเกาะสำหรับให้สุนัขจรจัดอยู่อาศัย มีรั้วรอบขอบชิด


    เกาะสุนัขดังกล่าว ถูกก่อสร้างติดกับบึงใหญ่ล้อมรอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ลักษณะคล้ายรีสอร์ท ด้านหลังรั้วมีสุนัขพันธุ์ไทยนานาชนิด ทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ อยู่รวมกันจำนวนมากกว่า 400 ตัว ขณะที่เดินเข้าไปใกล้ๆ สุนัขจะส่งเสียงเห่าหอนรับกันเป็นทอดๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณ โดยภายในเกาะสุนัขมีการก่อสร้างบ้านเป็นหลังๆ สำหรับเป็นที่พักผ่อนของสุนัขพันธุ์ไทยเหล่านี้ด้วย

นางสุรางค์ ภู่สะคด อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 หมู่ 12 แขวงศาลาธรรมสพณ์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ลูกจ้างรายวันของสำนักงานพุทธมณฑล ทำหน้าที่เป็นผู้คอยดูแลสุนัขเหล่านี้ กล่าวว่า เธอเริ่มทำงานที่สำนักงานพุทธมณฑลตั้งแต่ปี 2527 มีหน้าที่คอยดูแลสวน ตัดหญ้า ซึ่งสมัยนั้นจะมีสุนัขจรจัดจำนวนไม่มาก กระทั่งระยะหลังผู้คนที่เข้ามาเที่ยวพักผ่อน ไหว้พระ หรือเข้ามาทำบุญที่พุทธมณฑลมักจะนำสุนัขมาปล่อยทิ้งไว้ จนมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มสร้างปัญหาไล่กัดผู้คนที่มาวิ่งออกกำลังกาย หรือไล่กัดเด็กๆ นอกจากนั้นยังถ่ายเรี่ยราด จนทำให้บริเวณพุทธมณฑลสกปรกไปทั่ว

ต่อมาเดือนมีนาคม 2545 ทางสำนักงานพุทธมณฑลจึงได้จัดระเบียบสุนัขจรจัด โดยการจัดงบประมาณประมาณ 2 แสนบาท ทำรั้วกั้นรอบบริเวณพื้นที่สวนหย่อมซึ่งมีเนื้อที่ติดกับริมบึงน้ำ แล้วนำสุนัขจรจัดที่อยู่ในพุทธมณฑลทั้งหมดมาอยู่รวมกัน

"ช่วงแรกๆ มีสุนัขจรจัดเพียงแค่ 200 กว่าตัวเท่านั้น แต่ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา สุนัขเหล่านี้ได้ออกลูกกันมามากขึ้น จนทุกวันนี้มีถึงกว่า 400 ตัวแล้ว"

นางสุรางค์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่มีผู้แอบอ้างขอลูกสุนัขไปเลี้ยงแต่กลับนำไปวางขายยังตลาดนัดว่า ที่ผ่านมาเคยมีผู้นำสุนัขพันธุ์ดัมเมเชียลมาทิ้งไว้จำนวน 4 ตัว ต่อมามีคนมาเห็นและเกิดชอบใจจึงทำทีเป็นขอลูกสุนัขทั้ง 4 ตัวไปเลี้ยง

"เราเห็นเขารักหมาก็ให้ไป หลังจากนั้นไม่นานนัก พอดีไปเดินซื้อของที่สนามหลวง 2 ไปเจอลูกหมา 4 ตัวนี้ถูกขังอยู่ในกรงเพื่อวางขาย เมื่อเห็นก็จำได้ทันที หลังจากนั้นมาเมื่อมีคนมาขอสุนัขไปเลี้ยงฉันก็ไม่เคยให้ไปอีกเลย เพราะกลัวว่าเขาจะเอาไปขายอีก”นางสุรางค์ เล่า

ด้านนางรื่น ธนานันท์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 8 แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ดูแลสุนัข เล่าถึงกิจวัตรประจำวันในการดูแลสุนัขจำนวน 400 ตัวนี้ว่า แต่ละวันจะต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปกลับระยะทางกว่า 4 กิโลเมตรทุกวัน โดยช่วงเช้าจะต้องนำข้าวสารมาต้มทิ้งไว้วันละ 80 กิโลกรัม แต่ถ้ามีอาหารสุนัขก็จะ
ใช้อาหารสุนัขวันละ 3 ลูก หรือประมาณ 45 กิโลกรัม พร้อมด้วยข้าวสารอีก 60 กิโลกรัม แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือโครงไก่ ที่ต้องใช้วันละกว่า 40 กิโลกรัม

"ตกแล้ววันหนึ่งจะต้องเสียเงินซื้ออาหารให้เจ้าพวกสุนัขเหล่านี้มากถึงวันละ 5,000 บาท แต่ละวันจะให
้อาหารเพียงวันละ 1 มื้อเท่านั้น คือประมาณ 11.30 น.ของทุกวัน เมื่อถึงเวลาอาหารเจ้าสุนัขทุกตัวจะรู้ เวลาที่
เราเข้าไปข้างในรั้ว เขาก็จะวิ่งกรูตามกันมาเป็นฝูง ซึ่งจำนวนสุนัขที่มีทั้งหมดก็จะมีจ่าฝูงเป็นตัวผู้อยู่ตัวหนึ่งคือ
”เจ้าหัวโต” เจ้าตัวนี้จะมีนิสัยดุ เกเร ส่วนตัวเมียก็จะมีชื่อว่า ”อีหมอก” ทั้ง 2 ตัวนี้แสบสันต์พอๆ กัน พอเราให้อาหาร
เสร็จ เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องมานั่งเก็บชามของสุนัขไปล้างให้สะอาด แล้วทำความสะอาดภายในบริเวณทั้งหมด ซึ่งชีวิตก็จะปฏิบัติอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน" นางรื่น กล่าว

นางรื่น กล่าวต่อไปว่าการเลี้ยงสุนัขจำนวนมากๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็เริ่มจะชินแล้ว หรือจะเรียกว่าเป็นแม่หมาก็ยังได้ เพราะทุกวันนี้พูดได้ว่ามีความสุขกับการเลี้ยงสุนัขเหล่านี้ รู้สึกรักผูกพันกับพวกเขา และคอยเป็นห่วงอยูตลอดเวลา วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด ต้องมาทำงานทั้งที่ไม่ได้ค่าจ้าง เพราะถ้าไม่มาสุนัขพวกนี้ก็ต้องอดข้าว ไม่มีกิน จึงต้องมาดูแลทุกวันไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว

"ทุกวันนี้การเลี้ยงสุนัขไม่ใช่ปัญหาเสียแล้ว เพราะปัญหาอยู่ที่ข้าวสารอาหารของสุนัขที่เริ่มจะขาดแคลน ต้องคอยผู้มีจิตศรัทธา
มาบริจาคให้ บ้านของสุนัขที่ใช้เป็นที่พัก หลบแดด หลบฝน ก็ไม่เพียงพอ เพราะเมื่อมีจำนวนมากขึ้นสถานที่อยู่ก็เริ่มคับแคบ แออัด จึงต้องรอให้ผู้มีจิตศรัทธามาบริจาคและสร้างบ้านให
้พวกสุนัขอยู่ และตอนนี้มีความคิดว่าอยากจะสร้างอ่างน้ำ เพื่อให้สุนัขได้ลงไปเล่นน้ำอาบน้ำบ้าง ก็ได้แต่หวังไว้ว่าจะมีผู้ใจบุญบริจาคสร้างที่อยู่หรือนำอาหารมาให้สุนัขพวกนี้ได้กินอยู่ จะได้ไม่อดอยาก" นางรื่น กล่าวอย่างมีความหวัง
นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล เปิดเผยว่า สำนักงานพุทธมณฑลสามารถดูแลสุนัขพวกนี้ได้ตามสมควรเท่านั้น เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอ ซึ่งการที่นำสุนัขไปอยู่รวมกันเป็นหลักแหล่ง เพราะต้องการจัดระเบียบไม่ให้สุนัขไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

"เราคัดเอาเฉพาะสุนัขที่มาอาศัยอยู่ในพุทธมณฑลเท่านั้น เคยมีบางหน่วยงานจะนำสุนัขมาปล่อยที่นี่ทางเราก็ไม่รับ เพราะไม่มีงบประมาณเลี้ยงดู แต่ได้พยายามจัดหางบมาสร้างเกาะให้สุนัขเหล่านี้อยู่ เพื่อความเป็นระเบียบ และยังสร้างความสะดวกให้สัตวแพทย์จากกรมปศุสัตว์ที่จะเดินทางมาตรวจสุขภาพเจ้าสุนัจรจัดเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงานพุทธมณฑลได้รับการอนุเคราะห์จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอให้การฉีดวัคซีนและ
ดูแลสุนัขเหล่านี้มาตลอด" นายอำนาจ กล่าวและว่า ขณะนี้งบประมาณในการเลี้ยงดูสุนัขส่วนใหญ่ ต้องรอจากผู้บริจาคเท่านั้น

ด้านนางศิรมณี วีระวงศ์ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 2 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ซึ่งเดินทางมาบริจาคสิ่งของให้กับสุนัข เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก” ว่าเธออยู่ที่เมืองนิวยอร์ก ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทราบข่าวจากอินเทอร์เน็ตว่าที่นี่มีเกาะสุนัขจำนวนมาก โดยความที่เป็นคนรักสุนัขอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสกลับมาเมืองไทย จึงให้ลูกหลานพามาดู และเห็นว่าสุนัขเหล่านี้น่าสงสารมาก จึงมาบริจาคกระเบื้องสำหรับสร้างหลังคาบ้านให้กับสุนัขพวกนี้

 


ที่มา : คมชัดลึก