|
"ที่ต้องแจ้งความครั้งนี้
เพราะว่าสุนัขถูกวางยาตายไปเป็นจำนวนมาก
ขณะนี้เหลือสุนัขเพียงไม่กี่ตัวที่รอด
จากการวางยามาได้ อาตมาเองยังมองไม่ออกเลยว่า
คนที่ลงมือวางยานั้นต้องการอะไร
เพราะว่าสุนัขในวัดนั้นไม่เคยไปทำร้าย
หรือไล่กัดใคร พอทางวัดให้ข้าวมันกินอิ่ม
มันก็ไปนอน นอนกันเป็นฝูง ไม่เคยไปทำความเดือดร้อนให้กับใคร
นอกจากจะมีเพียงเรื่องอุจจาระ
ปัสสาวะเท่านั้น ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับทางวัด
แต่ยืนยันได้ว่าทางพระหรือคนในวัด
ไม่มีใครคิดลงมือทำได้อย่างแน่นอน
เพราะเลี้ยงและคุ้นเคยกับสุนัขพวกนี้มานาน"
เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ กล่าวอีกว่า
หลังได้เรียกมาสอบถามหมดทุกคนแล้ว
ต่างปฏิเสธไม่รู้เรื่อง และคงไม่มีเด็กวัดคนไหนลงทุนซื้อยามาเบื่อสุนัข
เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเช่นนั้น
ส่วนเด็กวัดที่หลบหนีไปตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงนั้น
อาตมาเป็นคนสั่งให้เด็กวัดเหล่านี้
นำซากสุนัขดังกล่าวไปกองรวมกันไว้
เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านที่เดินทางสัญจรไปมา
และผ่านมาเห็นภาพสุนัขนอนตายกระจัดกระจายทั่ววัด
เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม จึงได้สั่งให้รวบรวมนำซากสุนัขมากอง
และเตรียมเผาเพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็น
รบกวนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง
"เท่าที่ได้สอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ในวัด
เล่าว่า เมื่อวานนี้ที่วัดมีทั้งงานบวชและงานศพหลายงานติดกัน
ทางเจ้าภาพต่างฝ่ายต่างก็มาเตรียมงานกัน
ไม่มีใครทันสังเกตว่า คนที่นำอาหารผสมยาเบื่อมาให้สุนัขนั้นเป็นใครมาจากไหน
เท่าที่เห็นเป็นชายสวมเสื้อขาว
นำอาหารเป็นปีกไก่มาโยนให้สุนัขกิน
พอโยนให้ปุ๊บสุนัขก็*เข้าหาชายคนดังกล่าวเพื่อแย่งกันกินอาหาร
หลังจากให้อาหารหมดชายคนดังกล่าวก็รีบเดินจากไป
โดยที่คนในวัดก็ไม่มีใครสงสัย
เพราะคิดว่าเป็นคนใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงสุนัขเหมือนทั่วๆ
ไป มารู้อีกทีก็ตอนที่สุนัขค่อยๆ
ล้มแน่นิ่งกันไปทีละตัวสองตัวจนเกือบหมด"
พระครูสิริ สุตาลังการ กล่าว
ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่า อาจจะเป็นฝีมือทีมงานของนายไพโรจน์
พวงบุษผา ประธานสภาเทศบาลนครเมืองนนทบุรี
ที่กำลังเตรียมงานบวชลูกชายในวันที่
5 ก.ค.2546 เป็นผู้สั่งฆ่า เจ้าอาวาสวัดบัวขวัญ
ระบุว่า ไม่น่าเป็นไปได้เพราะงานบวชถือเป็นงานบุญ
เจ้าภาพไม่น่าทำเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นบาปมหันต์
ในขณะที่นายไพโรจน์ พวงบุษผา
ประธานสภาเทศบาลนครนนทบุรี ได้ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
การวางยาเบื่อสุนัขภายในวัดแห่งนี้
ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลมาช่วยดูแล
ทำความสะอาดวัด เพราะในวันรุ่งขึ้นจะจัดงานบวชของลูกชาย
และก็ไม่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลมาวางยาเบื่อเพื่อกำจัดสุนัขด้วย
เพราะไม่มีเหตุจำเป็นอะไร
"การจัดงานบวชลูกชายเพื่อให้ได้บุญกุศล
แล้วจะมาทำบาปทำกรรมไปทำไม โดยปกติผมเองก็เป็นคนรักสุนัขอยู่แล้ว
ขนาดที่บ้านยังมีเลี้ยงไว้สิบกว่าตัวเลย
จึงไม่มีความคิดที่จะทำเรื่องเช่นนี้แน่นอน
ส่วนคนที่มาวางยาเบื่อสุนัขนั้น
อาจจะเป็นคนในละแวกนี้ก็เป็นไปได้
เนื่องจากสุนัขในวัดอาจจะไปกัดลูกหลานของเขาเข้า
สร้างความไม่พอใจให้กับเขา จึงแอบมาวางยาเบื่อสุนัขเหล่านี้แก้แค้นก็เป็นได้"
ประธานสภาเทศบาลนครนนทบุรี ระบุ
ด้านนางหน่อย (ขอสงวนนามสกุล)
อายุ 38 ปี พนักงานแม่บ้านของกระทรวงสาธารณสุข
ผู้เลี้ยงดูสุนัขบริเวณวัด เผยว่า
ตนเลี้ยงดูสุนัขเหล่านี้ ด้วยความสงสารมากว่า
10 ปีแล้ว ทุกวันหลังเลิกงานประมาณเวลา
18.00 น. จะนำอาหารที่เก็บมาจากที่ทำงาน
ให้สุนัขกินเป็นประจำ แต่ในวันนี้พอมาถึงวัดเห็นสุนัขมีน้อยผิดปกติ
เลยแปลกใจ จึงมารู้จากชาวบ้านว่า
สุนัขที่ตนเลี้ยงถูกวางยาตายเกือบหมด
"ตอนเห็นศพหมาตอนแรกฉันทั้งสงสารมัน
ทั้งโกรธแค้นคนทำ ไม่รู้ว่าใครทำ
และทำลงไปได้ยังไง ทั้งที่มันอาศัยในวัดแท้ๆ
ไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร
ทำแบบนี้เท่ากับไม่เกรงใจพระกันเลย
แถมทำให้วัดเสียชื่ออีกด้วย ส่วนใครเป็นคนทำ
ก็คงไม่ต้องไปทำอะไร เดี๋ยวเวรกรรมก็ตามทันเอง"
นางหน่อย กล่าว
ส่วนแม่ค้ารายหนึ่ง ที่ขายของอยู่ในบริเวณวัด
บอกว่าเมื่อช่วงเที่ยงวันเกิดเหตุขณะกำลังขายของอยู่นั้น
ก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งใส่ชุดดำราว
3 คน เอาปีกไก่มาโยนให้สุนัขกินในลานวัด
กินได้ไม่นานสุนัขก็พากันล้มระนาว
บางตัวก็วิ่งไปตายหน้าร้านของตน
น่าเวทนายิ่ง ตัวไหนที่ไม่ยอมกินก็ถูกคนกลุ่มนั้นใช้ลูกดอก
เข้าใจว่าอาบยาพิษยิงใส่ หรือไม่ก็ไล่แทงจนตาย
"ช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่เทศบาลกำลังล้างลานวัด
เพื่อเตรียมงานบวชลูกชายประธานสภาเทศบาล
ในวันที่ 5 ก.ค. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่ป้อมประจำวัดก็ยังอยู่ด้วย
แต่ไม่มีใครทำอะไร คนเห็นเหตุการณ์
จึงไม่มีใครกล้ายุ่งเพราะกลัวคนกลุ่มนั้น
จะทำอันตรายภายหลัง" แม่ค้าคนเดิม
กล่าว
ทางด้าน ร.ต.อ.นพพร วิชัยกุล
ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ได้รับแจ้งและลงบันทึกประจำวัน
เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน
ได้ลงมือติดตามหาเบาะแส ของคนร้ายรายนี้แล้ว
ซึ่งถ้าหากพบก็จะจับกุมดำเนินคดี
ในข้อหากระทำทารุณต่อสัตว์หรือฆ่าสัตว์
โดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็น
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน
1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381
รวมทั้งต้องพิจารณาด้วยว่าทำให้ทางวัดเสียทรัพย์ด้วยหรือไม่
ซึ่งหากทางวัดถือว่าสุนัขเหล่านั้นอยู่ในความคุ้มครองดูแล
และเป็นทรัพย์สินของวัด ก็เข้าข่ายทำให้เสียทรัพย์ด้วยเช่นกัน
ส่วนนายไพรัช ยงคำชา นายกเทศบาลตำบลท่าแร่
อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า หลังเห็นข่าว
ว่า สุนัขจรจัดใน จ.นนทบุรี ถูกวางยาเบื่อตายถึง
48 ตัว แล้วก็เศร้าใจ เพราะกลุ่มผู้รักสุนัข
จะออกมาแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรก็ว่ามา
ในขณะที่ชาวบ้านท่าแร่ ซึ่งมีอาชีพชำแหละเนื้อสุนัขขาย
และกินเนื้อสุนัขกับถูกประณามว่า
โหดร้าย ทรมานสัตว์ ซึ่งความจริงก็เป็นที่รู้กัน
พวกเราทำเป็นอาชีพและไม่มีการทรมานก่อนฆ่า
และชำแหละแต่อย่างใด
"ผมอยากให้คนไทยได้อ่าน
และดูเรื่องนี้แล้วนำมาเปรียบเทียบกันดูว่า
ใครกันแน่ที่ใจร้าย ไม่อยากจะพูดความจริง
และไปดูได้คนบ้านท่าแร่ไม่ได้ใจร้าย
อย่างที่คนในจังหวัดอื่นๆ เข้าใจ
อย่างที่บ้านผมก็เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านถึง
4 ตัว และได้เลี้ยงดูให้อาหารอย่างดี
ไม่แพ้กลุ่มผู้ออกมาตะโกนว่ารักสุนัข
แม้แต่น้อย" นายกเล็กตำบลท่าแร่
กล่าว
ทางด้านพระพิศาลธรรมพาที กัลยาโณ
หรือพระพยอม ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว
กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า
เป็นเรื่องที่พุทธสังเวชใจ ว่าทำไมคนเราถึงได้ใจร้ายใจดำทำกันได้ขนาดนี้
วัดเองก็มีส่วนที่จะต้องเข้าไปจัดระบบให้ดีเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขภายในวัด
อย่างที่วัดสวนแก้วเองก็กำลังทำคอนโดสุนัข
เพื่อให้พวกเขาอาศัยอยู่อย่างเป็นสัดส่วน
ไม่ไปรบกวนใคร อย่าไปรังเกียจสุนัขขี้เรื้อน
เพราะคนเรานี้แหละที่ทำให้มันเป็นขี้เรื้อน
ตอนมันเล็กมันน่ารักก็เอามันมาเลี้ยงดูแล
แต่พอเบื่อไม่อยากเลี้ยงก็เอามาปล่อยวัดทิ้งมันไป
"คนเรานี้แปลกทำบุญสร้างโบสถ์สร้างได้
แต่ไม่เคยคิดที่จะสร้างที่อยู่อาศัยให้กับสุนัขจรจัดกันบ้าง
ซึ่งอาตมาเชื่อว่าในวัดนั้นจะต้องมีพื้นที่ว่างสักที่หนึ่ง
และเราไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัยให้เขาไปสักมุมหนึ่ง
ก็จะไม่เกิดปัญหาขึ้นมา เพราะในเมื่อทำบุญอย่างอื่นคนเรายังทำกันได้
และทำบุญเพื่อสัตว์บ้างไม่ได้หรืออย่างไร"
พระพยอม กล่าว
ที่มา : คมชัดลึก
|